มังกรพันธ์ต่างๆ
มังกรอาจจะเป็นสัตว์ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ว่าได้
และก็เป็นสัตว์จำพวกที่ปกปิด จากสาตามักเกิ้ลยากที่สุดด้วย
มังกรตัวเมียส่วนมากจะมีขนาด ใหญ่กว่าและ ดุร้ายกว่าตัวผู้
แต่ไม่ว่าจะเป็นมังกรเพศไหนก็ไม่ควรเข้าใกล้ ยกเว้นพ่อมด
ที่เก่งกาจและได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเท่านั้น หนัง
เลือด หัวใจ ตับ และเขามังกร ส้วนมีคุณสมบัติทางเวทย์มนต์สูง
แต่ไข่มังกรก็จัดอยู่ในสินค้าห้ามซื้อขาย มังกรมี
อยู่สิบสายพันธุ์ที่หายากแต่บางครั้งก็มีการผสมข้ามพันธุ์ที่หายากขึ้นมาได้
มังกรสายพันธุ์แท้มีดังต่อไปนี้
1.จีนลูกไฟ
(chinese fireball)
เป็นมังกรเอเชียเพียงพันธุ์เดียว
และมีรูปร่างที่แปลกแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ เกล็ดเรียบสีม่วง
รอบใบหน้าที่สั้นและย่นมีระบายรรีบสีทองล้อมประดับไว้ดวงตาโปนโต
เปลวไฟรูปร่างคล้ายดอกเห็ดที่มันพ่นออกมาในยามโกรธเป็นที่มาของชื่อพันธุ์ลูกไฟ
น้ำหนักอยู่ระหว่าง2-4ตัน ตัวเมียจะใหญ่กว่าตัวผู้
ไข่เป็นสีทับทิมสดมีจุดสีทอง เปลือกไข่มีค่าเพระนำไปใช้ประกอบเวทย์มนต์แบบจีนได้พันธุ์ลูกไฟมีนิสัยดุร้าย
แต่มีความอดทนต่อมังกรสายพันธุ์เดียวกันสูงมากกว่ามังกรส่วนใหญ่
บางครั้งถึงกับยอมใช้อาณาเขตร่วมกันตัวอื่นถึง2ตัวพันธุ์จีนลูกไฟกินสัตว์เลี้ยงลูก
ด้วยนมเป็นหลัก แม้ว่าจะชอบกินหมูหรือมนุษย์มากกว่าก็ตาม
2.นอร์เวย์หลังเป็นสัน
(Norwegian Ridgeback)
นอร์เวย์หลังเป็นสันมีความคล้ายคลึงกันมังกรพันธุ์ฮังการีหางหนามในหลาย
ๆ ด้าน แต่แทนที่จะมีหนามแหลมที่หาง มันจะมีสันสีดำสนิทยื่นออกมาจากหลังแทน
พันธุ์หลังเป็นสันจะดุร้ายกับพันธุ์เดียวกันมากเป็นพิเศษทุกวันนี้มันจัดเป็นหนึ่ง
ในสายพันธุ์มังกรที่หายากขึ้นทุกที มันเคยโจมตีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนดินมาแล้ว
แทบทุกชนิดและที่ต่างจากมังกรทั่วไปคือ มันกินสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำด้วย
รายงานที่ปราศจากหลักฐานระบุว่า มังกรพันธุ์นี้เคยโฉบเอาลูกปลาวาฬไปจากชายหาดแห่งหนึ่งในนอร์เวย์เมื่อปี
ค.ศ.1802 ไข่ของพันธุ์หลังเป็นสันแฮร์รี่ พอตเตอร์
กับ นักโทษแห่งอัสคาบันมีสีดำ และตัวอ่อนจะพัฒนาความสามารถในการพ่นไฟได้เร็วกว่าพันธุ์อื่น
(ระหว่างหนึ่งถึงสามเดือนเท่านั้น)
3.เพรูเวียน
ไวเปอร์ทูท (Peruvian Vipertooth)
หรือเปรูเขี้ยวพิษ
เป็นมังกรพันธุ์เล็กที่สุด และบินได้เร็วที่สุด
ความยาวอยู่ราว ๆ สิบห้าฟุต เกล็ดเรียบสีทองแดง
และมีสันสีดำ เขาสั้น เขี้ยวมีพิษร้ายแรง พันธุ์เขี้ยวพิษโปรดปรานแพะและวัวแต่ก็ชื่นชอบรสเนื้อมนุษย์ด้วย
จนสมาพันธ์พ่อมดนานาชาติจำเป็นต้องส่งผู้ควบคุมไปลดประมาณของ
พันธุ์เขี้ยวพิษเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ก่อนหน้านั้นปริมาณของมักรนี้
ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ
4.ยูเครเนียน
ไอรอนเบลลี (Ukrainian Ironbelly)
หรือยูเครนกระเพาะเหล็ก
เป็นมังกรพันธุ์ใหญ่ที่สุด น้ำหนักมากที่สุดถึง
6ตัน ตัวกลมป้อม บินได้ช้ากว่าพันธุ์เขี้ยวพิษและพันธุ์โรมาเนียเขายาว
อย่างไรก็ตาม พันธุ์กระเพาะเหล็กมีอันตรายมากมันทำลายให้บ้านเรือนเรียบเป็นหน้ากลองได้
เกล็ดสีเทาเป็นมัน ตาสีแดงเข้ม กรงเล็บยาวและแหลมคมมาก
มังกรพันธุ์กระเพาะเหล็กถูกเจ้าหน้าที่พ่อมดยูเครนจับตาดูอย่างใกล้ชิด
นับตั้งแต่มีตัวหนึ่งโฉบไปหิ้วเรือใบ (โชคดีที่ว่างเปล่า)
ที่ทะเลดำในปี ค.ศ.1799
5.โรมาเนียน
ลองฮอร์น (Romanian Longhorn)
หรือโรมาเนียเขายาว
มีเกล็ดสีเขียวดำเขาสีทองเป็นประกาย ซึ่งมันจะใช้เสียบเหยื่อย่างไฟของเขามันเมื่อเอาไปป่นเป็นผงแล้วมีค่ามาก
ใช้เป็นเครื่องปรุงยาได้ ปัจจุบันนี้ดินแดนแหล่งกำเนิดของพันธุ์โรมาเนียเขายาว
ได้กลายเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์มังกรที่สำคัญที่สุดในโลก
ซึ่งพ่อมดทุกสัญขาติ ได้ศึกษามังกรพันธุ์ต่าง ๆ
อย่างใกล้ชิด พันธุ์เขายาวถูกจัดอยู่ในโครงการ เพาะพันธุ์เร่งด่วนด้วย
เนื่องจากจำนวนของมันลดต่ำลงในช่วงสองสามปีที่ ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นเพราะการซื้อขายเขาของมัน
ซึ่งปัจจุบันจัดเป็นสินค้าซื้อขายได้
6.เวลส์สีเขียวธรรมดา
(Common Welsh Green)
พันธุ์เวลส์สีเขียวนั้นสีกลมกลืนกับหญ้าเขียวสดที่บ้านเกิดของพวกมันเป็นอย่างดี
มักจะทำรังอยู่บนภูเขาสูง ซึ่งกำหนดไว้เป้นเขตอนุรักษ์เพื่อให้มันอยู่อาศัยถ้าไม่นับเหตุการณ์ที่อิลฟราคอมบ์
สายพันธุ์นี้ก็จัดอยู่ในประเภทที่สร้างปัญหาน้อยที่สุด
มันชอบกินแกะเป็นอาหาร และจะหลีกเลี่ยงจากมนุษย์
ยกเว้นเมื่อถูกรบกวน พันธุ์เวลส์สีเขียวมีเสียงคำรามที่สูง
ๆ ต่ำ ๆ เหมือนดนตรีอย่างน่าประหลาด และเป็นเสียงที่จดจำได้ง่าย
มันจะพ่นไฟเป็นลำบาง ๆ ไข่เป็นสีน้ำตาลหม่น ๆ มีจุดสีเขียว
7.สวีเดนจมูกสั้น
(Swedish Short-Snout)
เป็นมังกรสีฟ้าเหลือบเงินแสนสวย
คนมักเอาหนังของมันมาทำถุงมือและโล่ เปลวไฟที่พ่นออกมาเป็นสีฟ้าใส
ซึ่งเผาผลาญไม้และ กระดูกเป็นเถ้าถ่าน ได้ภายในไม่กี่วินาที
พันธุ์จมูกสั้นฆ่ามนุษย์น้อยกว่ามังกรส่วนใหญ่ มันมักอาศัยอยู่ตามป่าและบริเวณภูเขาที่ไม่ทีคนอาศัยอยู่
จึงไม่มีวีรกรรมมากนัก
8.แอนตี้โพเดี้ยน
โอเพิลอาย (Antipodean Opaleye)
หรือแอนติโพเดี้ยนตาสีรุ้ง
มีถิ่นกำเนิดในนิวซีแลนด์ แต่ต่อมาก็อพยพไปอยู่ออสเตรเลียเนื่องจากที่อยู่ในบ้านเกิดเริ่มจำกัด
อาศัยอยู่ในหุบเขามากกว่าตามภูเขา ซึ่งแตกต่างจากมังกรทั่ว
มังกรพันธุ์นี้มีขนาดกลาง(น้ำหนักระหว่าง 2-3 ตัน)
ตาสีรุ้งอาจจะเป็นมังกรพันธุ์ที่สวยงามที่สุดก็เป็นได้
มีเกล็ดมันวาวสีเหลืองรุ้ง และมีดวงตาหลากสีประกายปราศจากม่านตา
ซึ่งเป็นที่มาของชื่อพันธุ์ มังกรพันธุ์นี้จะพ่นไฟสีม่วงเจิดจ้า
ตามมาตรฐานมังกรถือว่าไม่ดุร้ายนัก ส่วนมากถ้าไม่หิวก็จะไม่ฆ่า
อาหารโปรดคือแกะ แต่ก็เคยล่าเหยื่อที่ใหญ่กว่านั้น
การฆ่าจิงโจ้ครั้งใหญ่ตอนปลายทศตวรรษที่ 1970 เป็นฝีมือของพันธุ์สีรุ้งตัวผู้ที่ถูกตัวเมียซึ่งมีอิทธิพลมากกว่าไล่ออกจากบ้าน
ไข่ขสองมันสีเทาซีดและมักเกิ้ลที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมักเข้าใจผิดว่าเป็นฟอสซิล
9.ฮังการีหางหนาม
(Hungarian Horntail)
คาดว่าดุร้ายที่สุดในบรรดามังกรทุกสายพันธุ์
พันธุ์ฮังการีหางหนาม มีเกล็ดสีดำ และรูปร่างคล้ายกิ้งก่า
ตาสีเหลือง เขาสีบรอนซ์ และตลอดหางอันยาว เหยียดของมัน
ก็มีหนามแหลมสีบรอนซ์เช่นเดียวกัน พันธุ์หางหนามพ่นไฟได้ไกลที่สุด
(ไกลสุดถึง 15 ฟุต) ไข่สีเทาเหมือนสีเมนต์และเปลือกแข็งมากตัวอ่อนจะเจาะเปลือกไข่
ออกมาโดยใช้หาง ซึ่งมีหนามแหลมติดตัวมาตั้งแต่เกิด
พันธุ์ฮังการีหางหนามกินแพะ แกะ และถ้าเป็นไปได้ก็จะกินมนุษย์เป็นอาหาร
10.เฮบริเดี้ยนสีดำ
(Hebridean Black)
มังกรท้องถิ่นของอังกฤษอีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งดุร้ายกว่าพันธุ์
เวลส์สีเขียวเพื่อนร่วมถิ่นมาก พันธุ์เฮบริเดี้ยนสีดำใช้พื้นที่อยู่อาศัยถึง
100 ตารางไมล์ต่อ1 ตัว มันยาวได้ถึก 30 ฟุต เกล็ดไม่เรียบตาสีม่วงสุกใส
และมีสันเตี้ย ๆ แต่คมกริบเรียงเป็นแถวตลอดแนวหลัง
ปลายหางมีหนามใหญ่ลักษณะเหมือนลูกศรและมีปีกเหมือนค้างคาวเฮบริเดี้ยน
สีดำกินกวางเป็นอาหารหลัก แต่ก็เคยบินโฉบเอาสุนัขตัวใหญ่หรือแม้แต่แม่วัวไปกิน
ตระกูลพ่อมดแมกฟัสดี้ที่มีถิ่นพำนักอู่ในเฮบริดีซมานับศตวรรษรับหน้าที่ดูแล
ควบคุมมังกรประจำถิ่นพันธุ์นี้เรื่อยมาจนเป็นประเพณี
+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+