Note
: บทสัมภาษณ์นี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์มักเกิ้ลไทยดอทคอม
ห้ามนำบทสัมภาษณ์นี้ไปทำเพื่อการค้า และห้ามเว็บมาสเตอร์ผู้ใดนำบทสัมภาษณ์นี้ไปลงตามเว็บไซต์ก่อนได้รับอนุญาติจากทางเราโดยเด็ดขาด!
แต่ถ้าเป็นบุคคลทั่วไปหากจะนำบทสัมภาษณ์นี้ไปลงตามเว็บบอร์ด
ช่วยกรุณาให้เครดิตกับ MuggleThai.com ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
แดเนี่ยล
แรดคลิฟฟ์ คำถามและคำตอบ
ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์
แล้วเวลาอื่นที่คุณไม่ต้องมากองถ่ายล่ะ แน่นอนว่ามันเป็นช่วงที่ไม่เกี่ยวกับตอนไปโรงเรียนนะ?
แดน : นั่นก็หมายถึงมันไม่ค่อยจะเหลือเวลามากเท่าไรนัก
เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วผมเริ่มเข้าเรียนระดับ A/S Level และตอนนี้ผมก็ค่อนข้างจะยุ่งยากกับมันเอามาก
ๆ นอกจากนั้นช่วงวันหยุด ผมได้ไปที่งานเทศกาลการอ่านหนังสือ
ที่ผมว่ามันดีมากทีเดียว
คุณเข้าแคมป์บ้างหรือเปล่า?
แดน
: ผมไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้นักหรอกครับ เพื่อน ๆ ของผมไปกันเมื่อปีก่อนและโดนขโมยของ
บริเวณตรงที่ผมตั้งเต้นท์อยู่กันอาทิตย์นั้นคนเยอะมาก ๆ แล้วเพื่อนผมก็บอกว่าผู้คนอาจจะรู้ก็ได้ว่าเต้นท์นี้เป็นของใครแล้วพวกเราต้องเจอปัญหากันแน่
ๆ ผมพักที่โรงแรมละแวกนั้น พวกเขาบอกผมว่าเป็นโรงแรมที่นักดนตรีหลายวงเคยมาพักกัน
แต่ไม่เห็นมีใครสักคนมา ผมเลยผิดหวังเล็กน้อย
การที่พวกคุณได้ผู้กำกับชาวอังกฤษคนแรกสำหรับซี่รี่ส์เรื่องนี้
กับความเป็นไมค์ นิวเวลล์ มีความแตกต่างอะไรที่เห็นได้บ้าง?
แดน
: ครับมีแน่ เขาเข้าใจโลกของความเป็นนักเรียนประจำ
เพราะตัวเขาเองก็เคยเรียนแบบนั้น ซึ่งก็อาจจะไม่เหมือนกับฮอกวอตส์ไปซะทุกอย่างแต่ก็คล้ายคลึงกัน
เขาโตมากับมัน แต่มันเป็นเรื่องที่ดีที่จะพวกเราได้ผู้กำกับการแสดงที่เป็นชาวอังกฤษ
เดวิด
เฮย์แมนที่เป็นผู้อำนวยการสร้าง บอกว่าเขามีความรู้สึกว่าไมค์
นิวเวลล์นำอารมณ์ขันเข้ามาใช้ในเรื่องมากกว่าผู้กำกับการแสดงคนอื่น
ครั้งนี้คุณรู้สึกว่าคุณกำลังแสดงภาพยนตร์ที่เป็นคอมมิดี้ในบางหัวข้อหรือเปล่า?
แดน
: ผมคิดว่าพวกเราต้องการทำให้เป็นแบบนั้น ในส่วนที่เพราะว่าบางตอนของเรื่องค่อนข้างรุนแรงและน่ากลัวมาก
ๆ ผมมีความรู้สึกว่าเราต้องการอะไรที่มันเบา ๆ นิดหน่อยเพื่อทำความสมดุลย์ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้
เพื่อตัดกับส่วนมืดหม่น มีบางตอนในภาพยนตร์ ถึงแม้ว่าผมจะพบว่ามันเป็นการยากในการค้นหาอะไรที่ผมทำเปิ่น
ๆ อยู่ในระยะไกล แต่ตอนที่ผมมาดูบางส่วนของฉากที่ผมแสดงผมเองยังต้องหัวเราะ
ในฉากชมรมที่รูเพิร์ทกับผมต้องปรึกษากันเกี่ยวกับการนัดสาวไปงานฉลองคริสต์มาส
และคุณไม่สมควรจะพูดคุยกันในนั้น เพราะงั้นสเนปคอยเฝ้าจับผิดอยู่ข้างหลังพวกเราและตบหัวพวกเราด้วยหนังสือซึ่งมันเป็นเรื่องที่ธรรมดาแต่ตลกอย่างไม่น่าเชื่อ
ไมค์เปรียบเทียบมันกับเรื่อง The Great Escape ที่พวกเราต้องขุดอุโมงค์อยู่และอลัน
ริคแมนที่เป็นพวกนาซี ต้องพยายามที่จะจับพวกเราระหว่างที่พวกเราทำงาน
นั่นคือหัวข้อของฉากนั้น
คุณรู้สึกไหมว่าคุณจะต้องพบกับการท้าทายเพิ่มมากยิ่งขึ้นในแต่ละเรื่องที่ผ่านมาก
? ไม่เพียงแต่คุณต้องถ่ายทำในภาพยนตร์เท่านั้น ตัวคุณเองก็ต้องทำให้ดีกว่าจากในภาพยนตร์เรื่องก่อน
ๆ ที่คุณได้แสดงเอาไว้
แดน
: โอ้ แน่นอนอยู่แล้วพวกคุณต้องทำให้ดียิ่งกว่า ผมต้องทำให้ดีขึ้นเรื่อย
ๆ เพราะถ้าผมไม่ทำให้ดีขึ้นผมเองก็จะรู้สึกไม่ปลื้มกับมัน
เพราะเมื่อไรที่คุณรู้สึกว่าคุณพอใจกับสิ่งไหนแล้วการแสดงออกของคุณจะแย่ลง
มันเป็นเรื่องที่ยากอยู่สักหน่อย และยังเป็นเรื่องที่ยากที่พวกเราทุกคนก็รู้กันอยู่แล้วว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มันยุ่งยากมากเพียงใด
พวกเราต้องระมัดระวังในความรับผิดชอบกับความมุ่งหวังเป็นอย่างมากที่มีให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้
ตัวผมเองก็ต้องระวังว่าตัวผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นวัยรุ่น
ว่าคุณจะต้องระมัดระวังว่าผู้คนจะจ้องมองคุณและมองคุณแบบไหน
เพราะฉะนั้นคุณจะต้องแสดงให้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ และในส่วนนี้มันเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น
แต่มันก็ทำให้เกิดความสมดุลอยู่บ้าง ตอนนี้ตัวผมรู้สึกสบาย
ๆ เมื่อต้องเข้าฉากและผมจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นที่จะแสดงเป็นแฮร์รี่เพราะผมรู้จักความเป็นตัวเขามากขึ้น
เพราะงั้นใช่แล้วผมคิดว่ามันยากขึ้น แต่ก็มีหลายอย่างที่ทำให้มันออกมาได้อย่างพอดี
สำหรับในหนังสือเรื่องที่สี่ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นำเสนอ
จะต้องมีการท้าทายที่ต้องใช้ร่างกายมากยิ่งขึ้น คุณต้องแสดงฉากใต้น้ำซึ่งเป็นการเริ่มต้นสำหรับทุกคน?
แดน
: โดยทางร่างกายแล้ว ครับ มันเป็นฉากที่ยากมาก ฉากที่ผมว่ามันยากที่สุดก็คือฉากที่ต้องสยบมังกร
เพราะมันมีบางส่วนในฉากสยบมังกรที่มันไม่ได้เขียนอยู่ในหนังสือเป็นตอนที่ผมต้องตกจากไม้กวาดแล้วเริ่มที่จะลื่นไถลลงมาจากหลังคา
เพราะงั้นผมต้องแสดงการลื่นลงมาจากหลังคาเยอะมาก และในส่วนหนึ่งผมต้องแขวนตัวเองจากเพดานด้วยสายเชือกจากนั้นพวกเขาก็ปล่อยผมให้ตกลงมาจนถึงพื้น
มันน่ากลัวเอามาก ๆ เพราะมันเป็นการตกลงมาจากระยะความสูง 60
ฟุตในเวลาเพียง 2.5 วินาทีหรืออาจจะน้อยกว่านั้นและผมก็แขยงกับมันมากเลย
ผมไม่ต้องแกล้งทำเป็นว่าผมกล้าหาญ ผมกลัวมากแต่มันก็ออกมาดีทีว่าต้องมีผู้ชมที่ดูฉากนี้แล้วออกมาพูดว่า
เขาคิดว่ามันเป็นการแสดงที่ใช้สตั๊นท์และใช้เอ็ฟเฟ็คตัดต่อหน้าของผมเข้าไป
ผมจะรู้ได้ว่ามันเป็นตัวผมเอง ในตอนเริ่มแรกผมกลัวมากแต่หลังจากเทคได้สักห้ารอบผมก็เริ่มที่จะสนุกกับมัน
ฉากนี้เป็นฉากที่หินที่สุด ที่ต้องใช้ร่างกาย ฉากพวกนั้นเป็นฉากที่ต้องแสดงออกทางร่างกายแต่ในฉากที่ต้องใช้การท้าทายทางอารมณ์อย่างการเผชิญหน้ากับ
โวลเดอร์มอร์ ในท้ายสุดของเรื่อง ในขณะที่คุณต้องแสดงออกทางร่างกายแล้วมันยังมีการต้องแสดงออกมาทางอารมณ์ของแฮร์รี่อีก
เพราะเขาต้องพบกับคนที่ฆ่าพ่อและแม่ของเขาและเป็นคนที่เขาต้องการจะฆ่าเพื่อแก้แค้น
นั่นเป็นฉากที่ยากที่สุดที่คุณได้เคยแสดงมาจากซีรี่ส์ในทั้งหมดเลยหรือเปล่า?
แดน
: แน่นอนครับ ใช่แล้ว ผมหวังว่าอย่างนั้นนะ ผมยังไม่ได้ดูฉากนั้นที่ตัดต่อเสร็จแล้ว
หรือว่ายังไม่ได้ดูส่วนที่ได้ถ่ายทำไปแล้วหรืออะไรเลย
เพราะงั้นผมจึงยังไม่ได้เห็นว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ได้แต่หวังว่ามันจะออกมาดี
ผมค่อนข้างกังวลกับมันเพราะผมรู้ว่ามันเป็นฉากที่ภาพยนตร์ทั้งสี่เรื่องที่ผ่านมาพยายามโยงเรื่องให้มาถึงฉากนี้
แต่การที่เราได้ ราล์ฟ เฟนน์สมาแสดงเป็น โวลเดอมอร์นั้นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากและในเหตุการณ์ที่ผมทำได้ไม่ดี
เขาจะดึงความสนใจออกไป นั่นแหละที่เป็นแผนในใจผม
มันยังมีฉากที่น่าหวาดหวั่นที่คุณต้องเรียนรู้การเต้นรำแบบบอลรูมสำหรับเรื่องนี้
...
แดน
: โอ้ ฉากนั้นก็ยากครับ คุณจะเห็นได้ว่าในฉากนั้นคุณจะไม่ได้เห็นส่วนขาของผมเลย
มันจะเป็นการเต้นรำจากส่วนเอวขึ้นไป และมันเป็นเรื่องแปลกเพราะผมมีส่วนที่เสียเปรียบอีกหลายส่วน
เด็กคนอื่น ๆ มีเวลาสามอาทิตย์ที่จะฝึกฝนมัน เพราะผมต้องแสดงฉากใหญ่กับ
แม้ด-อาย มู้ดดี้และพวกเขาก็ได้เรียนและได้ซ้อมกัน ส่วนตัวผมมีเวลาแค่สามชั่วโมงเพื่อซ้อมเต้นสำหรับฉากนี้
เพราะฉะนั้นเมื่อผมเต้นผ่านหกหรือเจ็ดสเต็ปแรกผมจะค่อย ๆ สับสนไปมาทีละน้อย
และสาวที่ผมต้องเต้นรำด้วยเธอคือ เชฟาลี่ซึ่งรับบทเป็น ปาราวตี
พาทิล ในภาพยนตร์และเธอนั้นยอดเยี่ยมมาก ผู้หญิงที่แสดงเป็นพี่สาวของเธอคือ
อัฟชานนั้นเป็นหนึ่งในเพื่อนรักของผม เชฟาลี่ปราดเปรื่องมากแต่เธอต้องยุ่งยากกับการฝึกเต้นรำและตัวเธอกับอัฟชานนั้นต้องแสดงเป็นพี่น้องแต่อัฟชานนั้นสูงกว่าเธอมาก
และเชฟาลี่ต้องสวมชุดที่มีด้านล่างกว้าง และคุณต้องร่วมแสดงกับใครสักคนที่ให้ความร่วมมือกับคุณอย่างร้ายคือตัวผมเองที่ต้องเต้นรำกับคนที่สวมรองเท้าใหญ่เป็นทางการ
และทั้งสองคนก็เต้นรำแบบงู ๆ ปลา ๆ ทั้งคู่ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่ที่สุดแล้วพวกเราก็ผ่านมันมาได้ด้วยดีและมันเป็นเรื่องน่าขำมากๆ
ในทางเทคนิคแล้วผมน่าจะเป็นนักเต้นรำที่ชำนาญอย่างยอดเยี่ยม
เพราะทั้งพ่อและแม่ของผมเป็นแชมป์เต้นรำตอนที่พวกท่านเป็นวัยรุ่นและผมว่ายีนแบบนั้นข้ามผ่านรุ่นของผมไป
อย่างที่เห็นเด่นชัดว่า
มีดารานักแสดงหน้าใหม่เข้ามาร่วมงาน มีนักเรียนใหม่และเคธี่
ที่แสดงเป็น โช แชง มันมีความรู้สึกของมือเก่าอย่างคุณในการที่จะช่วยเหลือให้พวกเขาเข้าที่เข้าทาง
และแสดงให้พวกเขาเห็นแนวทางหรืออะไรทำนองนั้นหรือเปล่า?
แดน
: (หัวเราะ) ผมไม่เคยคิดว่าตัวผมเป็นนักแสดงที่ช่ำชองแต่นิวเวลล์นั้นยอดเยี่ยมมากในการที่เขาจัดเวิร์คชอปส์ให้กับพวกเรา
ผมพูดว่าเวิร์คชอป์สนะ มันจะไม่มีสิ่งที่เป็นงานไม้เข้ามาเกี่ยวข้อง
พวกเรามารวมกันในห้องเดียวและทำการแสดง ที่นึกกันเองในตอนนั้น
สิ่งที่ยอดเยี่ยมก็คือมันเป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกเราทุกคนเพราะพวกเราไม่เคยมีใครเคยทำการแสดงที่นึกขึ้นเดี๋ยวนั้นหรืออะไรทำนองนี้มาก่อนเลย
จะมี เคลมองซ์ โพเอซีย์ และเคธี่ เหลียง; สแตน ไออานอฟสกี้
เข้ามาร่วมด้วยพร้อมกับทีมงานนักแสดงทุกคนที่ต้องร่วมแสดงในเรื่องนี้และพวกเราก็ทำการฝึกการแสดงทุกอย่างกับคุณครูสอนดราม่า
คือ เบน ซึ่งยอดเยี่ยมมาก ๆ เราใช้เวลากันเกือบสามอาทิตย์ก่อนเปิดกล้องแต่พวกเราทุกคนอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน
พวกเราต้องอยู่ในภาวะของวันแรกที่ต้องทำความรู้จักซึ่งกันและกันและต้องแสดงร่วมกัน
เพราะเราเคยผ่านช่วงเวลานี้มาแล้วและมันก็ทำให้พวกเขารู้สึก
หวังว่านะ เข้ากันได้เป็นอย่างดีและมันยังจะหมายถึงหมดความรู้สึกเก้อเขินที่จะเข้าฉากที่ต้องแสดงร่วมกัน
มันจะมีแบบพิธีรับน้องใหม่อะไรแบบนั้นไหม
แบบตรงนี้ผ่านไม่ได้อะไรแบบนั้น?
แดน
: (หัวเราะ) มันไม่มีการต้องรีรออะไรเลย อันที่จริงแล้วมันเป็นการดี
มันทำให้เราทุกคนอยู่ในตำแหน่งของเรา การที่มีนักแสดงหน้าใหม่เข้ามาร่วมงานในหลาย
ๆ ด้านก็เหมือนกับการมีผู้กำกับการแสดงคนใหม่ มันทำให้พวกเราทุกคนสดชื่นและน่าสนใจ
เพราะงั้นมันเป็นเรื่องในทางบวกนะ ผมว่า
ทั้งคุณและรูเพิร์ท
(รอน วีสลี่ย์) ยังชอบที่จะหยอกล้อกันหรือว่าพวกคุณเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว?
แดน
: พวกเราไม่ได้โตเป็นผู้ใหญ่กันนักหรอกและพวกเราถูกบังคับให้โตขึ้นจากโรงเรียน
ผมยังไม่เคยได้ดูมันหรอกนะแต่ผมได้ยินเมื่อวันก่อนว่ารูเพิร์ทได้แสดงหนังเกี่ยวกับ
เลโก้ ผมอยากดูมันมาก ผมต้องทำเรื่อง GCSEs ช่วงที่ต้องถ่ายทำเรื่องนี้ผมเลยไม่มีเวลาที่จะมีส่วนร่วมในส่วนนั้นเอาเลย
คุณรู้ไหมว่ามันเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับอะไร?
แดน
: ผมไม่รู้เลย มันอาจจะเป็นภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ในรูปแบบของเลโก้
เพราะพวกเขาทำแฮร์รี่ พอตเตอร์ เลโก้ขึ้นมาเพราะงั้นมันอาจจะเป็นไปได้
ผมยังจำได้ว่าในภาพยนตร์เรื่องที่สามพวกเราต้องสร้างสนามกอล์ฟขนาดเล็กกันจากกล่องไพ่
แต่นั่นมันก็สักพักหนึ่งมาแล้ว ผมจำอะไรไม่ได้เอาเลยว่าพวกเราทำอะไรกันไปบ้างในภาพยนตร์เรื่องนี้
พวกเขาทำงานกันหนักมาก
ๆ อย่างเห็นได้ชัด?
แดน
: แน่นอนเลยครับ นั่นแหละใช่เลย คุณต้องลองโทร. เข้าไปที่สำนักงานของเดวิด
เฮย์แมนหลังจากนี้แล้วพูดว่า คุณไม่ยอมให้แดนร่วมแสดงในภาพยนตร์เลโก้
คุณทำอย่างนี้ได้อย่างไร?
คุณมีความคิดเห็นกับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างไร
คุณว่ามันโดดเด่นในตัวของมันเองที่ไม่เหมือนเรื่องอื่นหรือไม่?
แดน
: หนึ่งในหลาย ๆ เรื่องก็คือ มันเป็นเรื่องแรกที่คุณจะได้เห็นแฮร์รี่ปิ๊งสาว
ๆ หรืออะไรทำนองนั้น แต่ผมรู้ว่าเราอาจจะกล่าวได้ว่าถ้าเทียบกับภาพยนตร์เรื่องที่ผ่านมามันจะค่อนข้างรุนแรงมากกว่า
แต่มันเป็นเรื่องจริงและผมก็คิดว่ามันสมควรที่จะต้องให้
เรตติ้งเป็น PG-13 ในประเทศอเมริกาเพราะมันมีความรุนแรงและน่าหวาดกลัวเพิ่มมากขึ้น
คุณเคยมีความรู้สึกในตอนที่คุณกำลังถ่ายทำหรือเปล่าว่า
ว้าว นี่มันรู้สึกว่าจะรุนแรงมากกว่าอะไรที่ผมเคยได้ทำมาก่อน?
แดน
: ผมรู้สึกนะแต่ผมก็คิดว่า ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์แบบนี้
ใครจะรู้ว่ามันจะเป็นเรื่องสุดท้ายหรือเปล่า เพราะพวกเขาอาจจะไม่ต้องการภาพยนตร์ที่ทุกคนไม่สามารถจะดูมันได้?
แต่ผมก็รู้สึกดีใจที่พวกเขาไม่ได้หักเหจากความรุนแรง เมื่อวันก่อนผมกำลังทำการลงเสียงอยู่และมีโอกาสได้เห็นส่วนหนึ่งของฉากจบ
(เพราะเป็นตอนที่ภาพยนตร์ใกล้ปิดกล้อง) และผมก็คิดว่า ไม่หรอกพวกเขาไม่ได้เอาความรุนแรงออกไปจากในภาพยนตร์เลย
มันออกมาแล้วดูดีมาก อีกหนึ่งอย่างที่เกิดขึ้นกับผมนั้นคือมิตรภาพระหว่างแฮร์รี่
รอนและเฮอร์ไมโอนี่ เพราะในเรื่องนี้แฮร์รี่และรอนทะเลาะกันและยังมีความกดดันมากขึ้นกว่านั้นระหว่างรอนและเฮอร์ไมโอนี่
และในจุดนี้พวกเราจะรู้กันแล้วว่าเขาสองคนนั้นชอบกันและพวกเขาก็รู้ตัวเองด้วยแต่ทั้งสองคนไม่อยากให้ใครรู้
มันจะเป็นเหมือนฉากที่ปลีกตัวออกไปในภาพยนตร์ตะวันตกเกือบทุกเรื่อง
ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญก็คือการที่แฮร์รี่และรอนต้องมีเรื่องผิดใจกันใหญ่โตในเรื่องนี้
คุณกำลังจะผ่านอีกปีหนึ่งไปแล้วจากการฉายรอบแรกรวมทั้งการต้องให้สัมภาษณ์อีกมากมาย
คุณจะเตรียมพร้อมตัวเองอย่างไรกับเสียงกล่าวนิยมชมชอบหรือบรรดาแฟน
ๆ ที่ตามกรี๊ดคุณ?
แดน
: ผมไม่รู้สิครับ ผมก็ทำมันไป มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องใช้สติมากนัก;
ผมไม่ต้องมานั่งพูดกับตัวเองอยู่ทุกคืนและหยุดตัวเองไม่ให้เย่อหยิ่ง
ผมคิดว่ามันมาจากคุณพ่อคุณแม่ของผม เพราะท่านทั้งคู่เป็นคนดีและพวกท่านคงไม่ยอมให้ผมลุกขึ้นมาเป็นคนเย่อหยิ่งหรือว่าหน้าใหญ่หรืออะไรที่เป็นทำนองนั้น
และอีกอย่างหนึ่งก็คือผมคงไม่อยากเป็นแบบนั้นแน่เพราะผมให้คุณค่าที่มีอยู่ในคนทุกคนและเป็นอะไรที่เราควรจะก้าวไปกับมัน
ผมไม่เคยคุ้นสักทีเพราะมันเป็นประสบการณ์ที่มหัศจรรย์
คุณเคยนั่งลงแล้วให้เหตุผลในขอบเขตกับมันบ้างไหม?
แดน
: (หัวเราะ) ไม่เคยครับ ก็ไม่เชิงแต่ผมคงไม่หรอกนะ
ผมไม่เคยคิดถึงมันเลย การฉายรอบปฐมทัศน์นั้นไม่ใช่ขั้นตอนในส่วนที่ผมชอบเอาเลย
ผมชอบที่จะแสดงและนั่นผมคิดว่ามีความแตกต่าง ถ้าผมต้องไปเปิดตัวภาพยนตร์หลาย
ๆ ครั้งนอกจากภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter มันอาจจะมีความแตกต่างและผมอาจจะคุ้นเคยกับมัน
แต่ผมไม่อยากจะคุ้นเคยกับความรู้สึกที่ต้องเดินก้าวออกมาและต้องทำมันเพราะมันเป็นความรู้สึกที่ประหลาด
ผมจินตนาการว่ามันคงเป็นความรู้สึกที่นักดนตรีทั้งหลายมีตอนที่พวกเขาต้องเดินออกมาที่เวทีในงานเทศกาลใหญ่
ๆ และทุก ๆ คนก็ตบมือโห่ร้องให้กับพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะทำอะไรด้วยซ้ำไป
พวกเขายังไม่ได้ดูภาพยนตร์แต่พวกเขาจะออกมาและตบมือ มันเป็นความรู้สึกที่น่าปลื้มใจเอามาก
ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณกำลังทำถ่ายภาพยนตร์เรื่อง Harry
Potter คุณจะต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นเป็นเวลาอย่างน้อยสิบเดือนหรืออาจจะสิบเอ็ดหรือจะถึงสิบสองเดือน
มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมที่มีผู้คนมารวมกัน ตบมือและโห่ร้องเพราะมันจะทำให้เกิความรู้สึกที่คุ้มค่ามากกว่าที่มันเคยเป็น
มันไม่ใช่อะไรที่ผมจะคาดหวังและคุ้นเคยกับมันสักที
คุณเคยพบว่าบรรดาแฟน
ๆ ของคุณเปลี่ยนไปบ้างไหม พวกเขาโตขึ้นพร้อมกับคุณ?
แดน
: ครับ แน่นอน มันยอดเยี่ยมเอาจริง ๆ เพราะมันเป็นเหตุการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นกับหนังสือ
ผู้คนที่ชอบหนังสือในตอนแรกที่ออกมาเมื่อตอนอายุสิบเอ็ดและตอนนี้พวกเขาอยู่ในช่วงกลางถึงปลายวัยรุ่นกันแล้ว
มันก็เหมือนกับตอนที่ภาพยนตร์เรื่องแรกได้ออกฉายและทุกคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมที่มาชมก็อายุเพียงสิบหรือสิบเอ็ดปี
ตอนนี้พวกเขาก็อายุสิบหกด้วย เพราะงั้นผู้คนที่เริ่มกันมาก็โตมาด้วยกัน
และอาจจะมีผู้คนอีกบางส่วนที่เริ่มจะชอบมันด้วย ค่าเฉลี่ยของอายุจะสูงขึ้นตามภาพยนตร์ที่รุนแรงมากขึ้น
เพราะตั้งแต่เริ่มแรกมันอาจจะมีหลายคนที่ไม่ชอบมัน เพราะพวกเขาคิดกันว่ามันคงจะเป็นภาพยนตร์สำหรับเด็กและในตอนนี้ที่มันรุนแรงมากขึ้นทำให้ผู้คนเหล่านั้น
เริ่มหันมามองและเริ่มคิดถึงมัน ว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นอะไรที่พวกเราพอจะชอบมันได้
ในสองสามปีที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter ได้มีการพัฒนาบางส่วนยิ่งขึ้น
มันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มันเป็นเรื่องที่ดีแน่นอนที่มันเกิดขึ้น
ไม่ทุกคนหรอกนะครับที่คิดแบบนั้น แต่ผมคิดว่ามีผู้คนมากมายที่ในตอนนี้ได้รับความคิดแบบนี้และมันเป็นเรื่องที่ดีมาก
ๆ
อย่างที่เห็นกันแล้วว่าหนังสือเรื่องใหม่นั้นออกมาก่อนภาพยนตร์จะถ่ายทำ
มันเป็นเรื่องที่ท้าทายหรือเปล่า หนังสือทั้งหมดนั่นได้รับการตีพิมพ์ออกมาและคุณยังได้อ่านพวกมันและคุณจะคิดว่า
ในระยะเวลาหนึ่งปี ผมก็ต้องได้ทำมันแน่?
แดน
: สิ่งหนึ่งก็คือ เมื่อหนังสือเรื่องที่หกวางแผงออกมา
และถ้ามันออกมาดี ผมก็จะคิดว่า โอนั่นเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังเล็กน้อย
ผมจะต้องทำมันอีกเหรอ? ไม่รู้สินะ แต่เพราะว่ามันก็คือมัน
เพราะผมได้อ่านหนังสือและผมก็สนุกสนานกับมัน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก
ไม่ใช่เรื่องท้าทาย แต่เป็นความตื่นเต้น ซึ่งถ้าเกิดขึ้น แล้วผมค่อนข้างแน่ใจว่ามันจะต้องเกิด
แต่มันก็เป็นอะไรที่เรามุ่งหวังที่จะทำ มันไม่ใช่แบบเรื่องที่อยู่ในรายการของสิ่งที่เราจะต้องทำอะไรทำนองนั้น
+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+
Source
:: Warner
Bros. Thailand