Note : บทสัมภาษณ์นี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์มักเกิ้ลไทยดอทคอม ห้ามนำบทสัมภาษณ์นี้ไปทำเพื่อการค้า และห้ามเว็บมาสเตอร์ผู้ใดนำบทสัมภาษณ์นี้ไปลงตามเว็บไซต์ก่อนได้รับอนุญาติจากทางเราโดยเด็ดขาด! แต่ถ้าเป็นบุคคลทั่วไปหากจะนำบทสัมภาษณ์นี้ไปลงตามเว็บบอร์ด ช่วยกรุณาให้เครดิตกับ MuggleThai.com ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ไมค์ นีเวลล์ (ผู้กำกับ) คำถามและคำตอบ

คุณมีความกังวลบ้างหรือเปล่ากับการที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับภาพยนตร์ชุดฟอร์มยักษ์แบบนี้ ?

ผมคงจะมีความรู้สึกนั้นถ้าผมไม่ได้มองทะลุปรุโปร่งว่าจะทำมันออกมาอย่างไร และแน่นอนมันเป็นการนำเสนอออกมาให้กับผมแบบนั้น ผู้อำนวยการสร้างบอกกับผมว่า ให้อ่านหนังสือและถ้าคุณมองเห็นว่ามันทำเป็นภาพยนตร์ออกมาได้ เราก็มาคุยกัน ในตอนแรกนั้นพวกเขาคิดกันว่าจะทำมันออกมาเป็นสองเรื่อง และผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่เราไม่ได้ทำมันออกมาแบบนั้นเพราะเรื่องราวมีไม่มากพอที่จะออกมาเป็นภาพยนตร์สองเรื่อง คุณต้องถามตัวเองก่อนว่าเรื่องอะไรที่คุณต้องการจะสื่อ? มีรูปแบบไหนกันที่จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ได้อย่างจริงจัง? และผมก็คิดว่ามี ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความตื่นเต้นที่เป็นคลาสสิคซึ่งคนดี ผู้บริสุทธิ์จะเป็นศูนย์กลางของมัน โดยที่เขาไม่รู้อะไรเลย แต่ผู้ร้ายรู้ไปหมดทุกอย่างรวมทั้งการวางแผน รูปแบบของภาพยนตร์จะออกมาเป็นแบบว่าคนดีจะค่อย ๆ เรียนรู้ทีละน้อยจนกระทั่งความน่ากลัวที่เขาได้พบกับตัวเองนั้นกลายเป็นว่าเขาต้องเป็นศูนย์กลางอยู่ในกลอุบายของผู้ร้าย นั่นเป็นเรื่องตื่นเต้นที่เยี่ยมและนั่นเองเป็นสิ่งที่บอกเล่าจากในหนังสือถ้าคุณกางมันออกมา”

การที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความนิยมมากเท่าไร นั่นต้องหมายถึงการต้องเสียสละเรื่องราวหลายตอนที่เป็นที่ชื่นชอบหรือเปล่า ?

มันเป็นเรื่องยากนะครับ จะมีบางส่วนที่มันยุ่งยาก; ส่วนมากแล้วในตอนเริ่มต้นของเรื่องนั้นจะเป็นความยากที่จะทำให้เกิดความสมดุล การที่ เจ. เค. โรว์ลิ่งแก้ปัญหาในการบอกเล่าเรื่องราวของเธอก็คือเธอไม่สนใจกับข้อจำกัดของเนื้อที่; เธอจะเขียนมันออกมาเท่าไรก็ได้เท่าที่เธอต้องการ เพราะฉะนั้นเธอถึงได้เขียนหลายสิ่งหลายอย่างที่เร้าใจซึ่งมีตัวละครหลายต่อหลายตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่าง เอลฟ์ประจำบ้านและอื่น ๆ ซึ่งบังเอิญว่ามันเปลืองมากในการที่จะทำความเข้าใจกับมัน เราต้องทุ่มทุนไปมากมายที่จะทำมันออกมาและก็ยังค่อนข้างง่ายที่จะทำ ในหลักปฏิบัติแล้วมันจะกินเนื้อที่ในบางส่วนในหนังสือที่คุณทำออกมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะเป็นสัดส่วนที่เปราะบางมากที่คุณไม่สามารถจะถ่ายทอดเรื่องราวเพียงอย่างเดียวไปสู่พวกเขาได้ คุณต้องมีการเติมเสริมแต่ง มันจะต้องออกมาเหมือนกับภาพยนตร์อินเดียที่ทุกอย่างเกิดขึ้นได้; ความรักโรแมนติค ดนตรี ความตื่นเต้นน่ากลัว โชว์ต่าง ๆ รวมทั้งความบันเทิง และในที่สุด ผมก็มาคิดว่าสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อนั้นคือความบันเทิงซึ่งเป็นความบันเทิงที่กว้างขวางและยิ่งใหญ่

คุณได้รับคำแนะนำในด้านความต่อเนื่อง ในบางส่วนจากภาพยนตร์สามเรื่องแรกหรือเปล่า ?

ผมคิดว่าสตูดิโอและผู้สร้างนั้นให้อิสระอย่างมากในเรื่องนี้ ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย และนาน ๆ ครั้งจะมีแบบว่า โอ้ ไม่นะ คุณไม่ได้มีไม้กายสิทธิ์แบบนั้นนี่ และมันขึ้นอยู่กับว่าผมจะมีความรู้สึกว่าผมให้ความสนใจกับมันมากหรือเปล่าผมจะทำตามหรือว่าโวยออกมาว่า ทำไมคุณจะมีไม้กายสิทธิ์แบบนั้นไม่ได้ ใครบอกกัน ? แต่ก็แค่เคยกับเรื่องที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น มันไม่มีความเป็นทางการนอกเสียจากว่ามันแน่นนอนว่าคุณอยู่ตรงนั้นเพื่อจะทำนิยายยอดนิยมให้กลายมาเป็นภาพยนตร์ เพราะฉะนั้นคุณจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มาก อย่างไรก็ตามก็มีสองสามครั้ง ที่เป็นส่วนของเรื่องราวของโวลเดอมอร์ – จอมมารที่แสดงโดย ราล์ฟ เฟนส์ – ซึ่งพวกเราคิดว่ายุ่งยากที่จะพยายามนำเสนอตามบรรทัดการบอกเล่าที่ โจ โรว์ลิ่งได้พรรณาเอาไว้ สตีฟ โคลฟส์โทรหาเธอและเธอก็บอกว่า ไม่เป็นไร เปลี่ยนมันซะ เธอเป็นคนเปิดกว้างมากเธอรู้ว่าพวกเราคงไม่ได้เปลี่ยนมันเพราะพวกเราไม่ยอมรับมัน เธอรู้ว่าพวกเราให้ความนับถือและระมัดระวังกับบทประพันธ์ อันที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องง่ายและค่อนข้างสบาย ๆ

แล้วเกี่ยวกับเทคนิคทางวิชวลล่ะ คุณกำลังทำงานที่ออกมาคล้ายคลึงกับสามเรื่องที่ผ่านมาหรือเปล่า ?

ผมได้ดูภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องและชื่นชมในหลายอย่างรวมทั้งมีหลายอย่างในทั้งสามตอนอย่างที่ผมจะไม่ทำ เพราะงั้นสิ่งที่ผมทำก็คือผมจะไปตามทางเรียบง่ายที่ผมจะทำมันออกมาเป็นภาพยนตร์ถ้ามันเป็นแค่ผมคนเดียว มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัยรุ่นเพราะฉะนั้นมันจะต้องเต็มไปด้วยความยุ่งยากของเด็ก ๆ ในวัยนี้ มันยังเป็นเรื่องราวที่น่ากลัวมาโดยตลอดเพราะงั้นมันจึงต้องมีการนำเสนอภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาในรูปแบบหนังที่ตื่นเต้นน่ากลัว ในบางเวลามันจะออกมารุนแรง; และมีหลายตอนที่มันจะออกมาแบบไม่เรียบร้อย; และมีบางตอนที่คุณอาจจะต้องปิดบังข้อมูลบางอย่างที่ผู้ชมลุ้นให้คุณบอกเอาไว้ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ แต่มันจะไม่ใช่เป็นแบบว่าโลกนี้ทุกอย่างเป็นสีชมพูไปซะหมด หรือว่าถ้าคุณย้อนเวลากลับไปได้และพูดว่าคุณสามารถจะกลับไปสู่วัยเด็กที่คุณฝันว่าจะเป็น อย่างในเรื่อง Harry Potter and the Philosopher’s Stone ผมคิดว่าภาพยนตร์เรื่องแรกนั้นออกมายอดเยี่ยมเพราะตรงนั้น; มันเป็นการนำเสนอสิ่งที่บริทุทธิ์ไร้เดียงสาและคุณทำแบบนั้นไม่ได้อีกเพราะตอนนี้พวกเขาอายุสิบสี่กันแล้ว ถ้าคุณเล่นตามกฏเกณฑ์เหล่านั้นคุณจะมีความเป็นอิสระอย่างที่คุณต้องการ แน่นอนว่าไม่มีใครตัดตอนมันไปได้

คุณได้อ่านหนังสือมาก่อนหรือเปล่า ?

ผมอ่านเล่มแรกและได้ดูหนังสองเรื่อง เพราะในตอนนี้มันมีแค่สองเรื่องไม่ใช่สาม ผมคิดว่าหนังสือเล่มแรกนั้นดีมาก ผมคิดว่ามันมีความเปิดกว้างที่น่ามหัศจรรย์มากกว่าหนังสือเด็กเรื่องอื่น ๆ ที่ผมเคยได้อ่านมา เด็กน้อยกำพร้าที่น่าสงสารผู้ซึ่งถูกเก็บเอาไว้ในห้องใต้บันไดซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องมีเงื่อนงำ และเมื่อผมเริ่มมาทำมันเป็นภาพยนตร์ผมคิดถึงมันมากกว่าอะไรที่อาจจะเป็นเงื่อนงำของเรื่องนี้ที่ผมกำลังเผชิญหน้าอยู่: เงื่อนงำเกี่ยวกับความเป็นตัวของเขา เขาเป็นเสาหลักที่คนสร้างตึกพากันปฏิเสธ ถ้าจะบอกแบบนั้น; เขาเป็นแค่เด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่สวมแว่นตาที่ทำอะไรไม่เก่งสักอย่าง มันเป็นเรื่องราวคลาสสิคที่ดูเหมือนว่าจะเป็นโชคชะตาที่เอื้อมมือมาจัดการกับสิ่งเล็กน้อยนี้

มีหลายอย่างที่ทำขึ้นมาเพราะคุณเป็นผู้กำกับการแสดงชาวอังกฤษคนแรกของซีรี่ส์ คุณได้ทำอะไรที่เป็นแบบอย่างของชาวอังกฤษบ้างหรือเปล่า ?

เชื่อขนมกินได้เลย ตอนที่เป็นเด็กผมได้อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวกับโรงเรียนมากมายอย่างเรื่อง Schooldays ของทอม บราวน์ ไปจนถึงหนังสือของเจนนิ่งส์และเรื่อง Just William และอีกหลายเรื่อง และเมื่อคุณมาคิดถึงมันคุณจะเห็นได้ว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมากมาย มันมีความเป็นวรรณกรรมแบบอังกฤษสำหรับเด็กเกี่ยวกับเรื่องราวของโรงเรียน มันมีอีกมากมายหลายเรื่องมากกว่าหนังสือของชาติหรือภาษาอื่นเสียอีก เพราะฉะนั้นผมได้อ่านมันทั้งหมดและพยายามประมวลความจำของผมในช่วงที่ผมเรียนหนังสือเข้าไปด้วย เพราะเมื่อตอนที่คุณอ่านคุณก็จะเกิดการเปรียยเทียบมัน คุณจะจับคู่ที่เหมือนกัน ผมมีความรู้สึกว่าคำว่าโรงเรียนในความคิดของผมคือความสนุกสนานและความน่ากลัวแฝงอยู่ด้วย ผมจำความรู้สึกของการเป็นเด็กใหม่ได้และผมก็ยังรู้สึกถึงความเย็นเยือก ความหวาดกลัวของเด็กใหม่มาจนทุกวันนี้ ผมรู้สึกได้ว่าโรงเรียนคือสถานที่ ๆ สับสนอลหม่าน ผมจำได้ว่าตอนที่ผมเริ่มทำงานเกี่ยวกับมัน ผมไม่เคยได้ถามตัวเองว่าทำไม่ผมถึงได้ใช้คำนี้กับมัน ความสับสนอลหม่านนี้เกี่ยวกับอะไรหรือ ? และผมก็เริ่มที่จะเข้าใจว่าอะไรที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนนั้นเป็นเหมือนแผนภูมิของการเข้าสังคม มันเป็นเบ้าหลอมและคุณก็เทเด็ก ๆ ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันลงไปเมื่อตอนที่พวกเขาไม่รู้ว่าจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร พวกเขาไม่รู่ว่าจะหุบปากตัวเองได้อย่างไร พวกเขาไม่รู้จักการเชื่อฟัง พวกเขาไม่รู้จักที่จะเคารพผู้ใหญ่ – อะไรที่เป็นสิ่งที่ความเป็นผู้ใหญ่ต้องเรียนรู้ พวกเขาจะถูกโยนเข้าไปเสียจากความกดดันที่เกิดมีจากโลกภายนอก; กฏเกณฑ์ อำนาจ คุณจะต้องทำแบบนี้คุณจะต้องทำแบบนั้น พวกคุณจะต้องเรียนหนักอะไรทำนองนั้น และแน่นอนว่าเด็กทุกคนจะต้องต่อต้าน – ผ่านขั้นตอนของการลองผิดลองถูก ของการสร้างโลกที่เขาจะเอาตัวรอดได้ โลกที่มีเด็กครึ่งหนึ่งและผู้ใหญ่อีกครึ่งหนึ่งและสองส่วนนี้ไม่จำเป็นจะต้องไปด้วยกันได้ และนี่แหละที่มันเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่านและความสนุกสนาน; มันจะเต็มไปด้วยความไม่ราบรื่น ผมจำได้ถึงคุณครูของผมที่จะมีความประหลาดและสิ่งที่คุณจำได้เกี่ยวกับพวกท่านก็คือความประหลาดประจำตัวของแต่ละท่าน ว่าพวกท่านมีท่าทางเป็นอย่างไร และท่าทางต่าง ๆ เหล่านั้น ผมแน่ใจว่ามันทำให้คุณมีสติในคุณครูทั้งหลาย – พวกเขาต้องป้องกันตัว มันเป็นแบบที่คุณต้องป้องกันตัวจากพวกที่น่ารำคาญคุณต้องมีเกราะป้องกัน เพราะฉะนั้นมีจะมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาสิ่งที่ทำให้อย่างที่ผมพูดไปแล้วว่าคือความไม่ราบเรียบ ผมยังคงมีความรู้สึกว่สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่เราจะทำได้เดี๋ยวนั้น ผมไม่คิดว่าจะมีใครแสดงให้เห็นความเป็นโรงเรียนในรูปแบบนั้นมาก่อน ผมรู้สึกว่าผมรู้จักมันเป็นอย่างดี ผมเปลี่ยนสองหรือสามฉากที่จะทำในสิ่งที่ผมมีความรู้สึกว่าทุกโรงเรียนในประเทศอังกฤษจะต้องทำ นักเรียนวิ่งไปมามากมาย - ผมรู้ว่าเราไม่ควรทำแต่เราก็ทำ มันมีการชกต่อยกันรวมทั้งความมีชีวิตชีวาอื่น ๆ ที่ดำเนินไป – นักเรียนส่งเสียงอึกทึกอยู่รอบ ๆ พวกเราจึงได้เพิ่มเติมการชกต่อยกันอะไรทำนองนั้นเข้าไป ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ผมจำได้จากโรงเรียนของผมเองซึ่งผมยังไม่เคยได้เห็นมาก่อนในภาพยนตร์ของผู้กำกับการแสดงคนอื่น เพราะพวกเขามาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

การที่พวกเขาเป็นวัยรุ่นกันแล้ว คุณมีการสอดแทรกความสนใจในเพื่อนต่างเพศอย่างไรในภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งมันสมควรเป็นเรื่องราวของเด็ก ?

ตัวละครหลัก ๆ ถ้าคุณจะพูดว่าแฮร์รี่เป็นตัวหลักในการนำเสนอความเป็นรูปเป็นร่างทางดราม่าของภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะงั้นตัวละครอีกสองตัวคือเฮอร์ไมโอนี่และรอน เราก็จะให้เขาสองคนเป็นตัวเล่าในส่วนอื่น ๆ ของเรื่อง เพราะรอนมีความตลกที่เป็นธรรมชาติ คุณจะเห็นได้จากความขบขันในตัวเขารวมทั้งบุคลิภาพของเขาเองรวมทั้งการหนีเสือปะจรเข้ของเขาด้วย และถ้าเราจะพูดกันในด้านเทคนิคนี่ก็คือการที่เราจะนำเสนอมันออกมา มันจะมีฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่ตัวเขาและเฮอร์ไมโอนี่ต้องปะทะคารมกันเพราะที่สุดแล้วเขาหึงเธอ และคุณจะรู้สึกได้ถึงความหึงหวงที่อยู่ภายใน มันจะเป็นความรุนแรง ฉุนเฉียวที่หยาบคายและเป็นความจริงอย่างที่สุดซึ่งเป็นสิ่งที่ผมจำได้ตอนเป็นวัยรุ่น และนี่คือการที่เรานำเสนอมันออกมา มันจะเริ่มจากความสนุกสนานและคุณก็จะรู้ว่ามันจะเริ่มรุนแรงมากขึ้นเมื่อเรื่องราวดำเนินต่อไป

คุณได้ทำอย่างไรกับความต้องการในการใช้เทคนิค สเปชี่ยลเอฟเฟคเป็นอย่างมากสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ ?

มันน่ากลัวมาก ผมไม่เคยได้ทำอะไรอย่างนั้นมาก่อนหรืออะไรสักนิดเลย ผมไม่รู้เอาจริง ๆ ว่าจะทำมันออกมาได้อย่างไร โดยพื้นฐานและทางด้านเทคนิคแล้วผมไม่รู้
จริง ๆ ว่ามันจะเปลี่ยนจากรูปวาดของแต่ละฉาก ในสตอรี่บอร์ดจนมาถึงขึ้นตอนของภาพเคลื่อนไหวได้อย่างไร และผู้คนก็จะใช้ภาษาที่ผมไม่เคยได้ยินมันมาก่อน – ผมไม่รู้ว่าพรี-วิซคืออะไร มันเป็นการพัฒนาระหว่างรูปวาดและภาพเคลื่อนไหวที่เติมเต็มขึ้นมากกว่า ผมไม่รู้เกี่ยวกับมันเลยและแน่นอนพวกเขาก็ทำมันออกมาและมันจะมีข้อสรุปที่ผมรู้และผมจะพูดว่า “ไม่ครับ แต่ผมไม่รู้ ช่วยบอกผมหน่อยเถอะ” แล้วพวกเขา ก็จะบอกผม แต่ผมคิดว่าพวกเขาคงไม่รู้ถึงความเงียบเฉยของผม แต่คุณจะต้องถูกลากขึ้นไปอย่างรวดเร็วและผมก็เรียนรู้อย่างง่าย ๆ สิ่งที่ยังคงทำให้ผมประหลาดใจและก็ยังคงประหลาดใจอยู่นั่นเองก็คือมันเป็นขั้นตอนที่ยากและยิ่งใหญ่อะไรอย่างนั้นในการที่เราจะทำมันออกมา ต้องใช้เอฟเฟคมากมายกับสิ่งเหล่านี้ มากมายเหลือเกินที่จะค่อย ๆ ผ่านไปจากหนึ่งช็อตสู่อีกหนึ่งช็อต พวกเราต้องใช้เกือบ 1,500 ถึง 1,600 ช็อตของเทคนิควิช่วลเอฟเฟค บางช็อตง่าย – แค่เอาจุด ๆ หนึ่งออกไปจากหน้าผากของนักแสดง แต่ก็มีน้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นช็อตที่ใหญ่และยุ่งยากและนำมันมารวมอยู่ในที่เดียวกันให้เข้าที่เข้าทางซึ่งต้องใช้แรงงานเยอะมากสำหรับทุก ๆ คน; สำหรับทีมงานวาดรูป ทีมงานที่ต้องบริหารฉากต่าง ๆ ทั้งหลายจนมาถึงตัวผมที่จะต้องรู้ว่าเขากำลังทำอะไรกันอยู่ มันเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานอย่างหนักหนาสาหัสและผมพบว่ามันเป็นงานช้างทีเดียว

คงเป็นความพอใจเมื่อคุณได้เห็นฉากที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดเข้ามารวมกัน ?

มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ ในภาพยนตร์เรื่องนี้มันไม่ใช่ทีละเล็กทีละน้อยจากตรงนั้นตรงนี้ พวกเรากำลังทำงานใหญ่มหึมา จะมีการแข่งขันกันอยู่ในเรื่องที่เขียนขึ้น และเป็นการแข่งขันที่มีคำสั่งสามอย่างในนั้น และพวกเราก็ต้องสร้างอย่างน้อยสามโลกที่แตกต่างกันจากที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องที่ผ่านมา พวกเขามีแค่การที่อยู่ที่นี่และที่นั่น พวกเขามี บาสิลิสก์ มีหมาสามหัว และมีอื่น ๆ อีกมากมาย แต่สิ่งที่พวกเขายังไม่เคยได้ทำคือฉาก 12 ถึง 14 นาทีที่ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นใต้น้ำ หรือว่าทุกอย่างต้องเกิดขึ้นพร้อมกับมังกรยักษ์สูงถึง 40 เมตร คุณต้องสร้างโลกขึ้นมาใหม่ทั้งหมดสำหรับสิ่งเหล่านี้ มันมีรากฐานที่มากกว่าเรื่องอื่นที่ผ่านมาเพราะคุณต้องเปลี่ยนความเป็นจริงไปทั้งหมด

คุณสนุกกับการทำงานกับดาราทั้งสามคน แดเนี่ยล แรดคลิฟฟ์ เอ็มม่า วัตสันและรูเพิร์ท กรินท์หรือเปล่า ?

สิ่งทีผมคิดไว้ตั้งแต่แรกคือการที่ผมต้องการเริ่มต้นกันใหม่ทั้งหมดที่นี่ พวกเขาต้องทำความเข้าใจว่าผมจะไม่เป็นเหมือนคนอื่น ๆ ที่พวกเขากำลังจะมีเพื่อที่จะทำหลายสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ทำกันมาก่อนและหลายอย่างในนั้นก็คือการแสดงที่ยากเย็นแสนเข็ญ เพราะพวกเราจะผ่านการเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ไปไม่ได้ถ้าพวกเขาไม่แสดงมันออกมาอย่างจริงจัง คุณจะหวังพึ่งพาความน่ารักหรือรูปที่ถ่ายทออกมาในแง่มุมหนึ่งไม่ได้ พวกเขาจะต้องถ่ายทอดความเป็นจริงของความเป็นมนุษย์ มันเป็นความกระตือรือร้นที่ทุกคนจะต้องทะลายกำแพงที่มีอยู่ก่อนที่เราจะเริ่มงานกัน ถ้าพวกเขาไม่สามารถทำเรื่องงี่เง่ากับตัวเองหรือทำให้คนอื่นได้เห็นมันได้พวกเขาก็จะแสดงบทบาทออกมาให้ดีไม่ได้ และถ้าทุกคนไม่มองดูซึ่งกันและกัน หรือไม่มีความมั่นใจหรือไว้เนื้อเชื่อใจในกันและกัน นั่นเป็นเรื่องที่สิ้นหวัง ทางที่จะทำลายกำแพงเหล่านั้นก็คือต้องเข้าเรียนในคลาสต่าง ๆ – พวกเขาต้องเข้าคลาสที่พวกเขาต้องร้องตะโกนอยู่ตลอดเวลาหรือว่าพวกเขาต้องเข้าคลาสที่ต้องเต้นรำ หรือว่าได้เล่นเกมส์ที่งี่เง่าอยู่ตลอด มันเป็นเหมือนเข้ายิม พวกเขาต้องสนุกสนานกับมัน

คุณรู้สึกถึงความกดดันบ้างไหม จากความสำเร็จเป็นอย่างมากของภาพยนตร์เรื่องที่ผ่านมา ?

ผมไม่รู้สิครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมคิดคือมันจะมีสองสิ่งที่เกิดขึ้นได้; ทั้งที่คุณจะทำให้ Harry Potter เรื่องแรกกระโดดเลย ซึ่งในแบบนั้นคุณก็จะได้เกษียณตัวเองไปอยู่ในเกาะแถบนอกเขต เฮอร์บิเดี่ยน; หรือว่ามันเป็นเรื่องที่โอเคผมคิดว่าถ้าเราคิดถึงเรื่องเงื่อนไขต่าง ๆ เราก็ไม่ควรเริ่มอะไรเลย มันมีเรื่องราวที่คุณต้องการจะบอกเล่าหรือเปล่า ? นั่นแหละคือปัญหาข้อเดียว และมันจะมีในกรณีนี้และผมต้องการที่จะบอกเล่าเป็นอย่างมากในหัวข้อเฉพาะและรูปแบบที่เฉพาะอีกด้วย และนั่นแหละที่ทำให้พวกเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น

คุณต้องระวังกับการที่มันเป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงและเรื่องที่ได้รับความนิยมจากบรรดาแฟน ๆ หรือเปล่า ?

หลังจากที่ผมเริ่มงาน มีหลายคนพูดเรื่องนี้กับผม ตอนที่คุณพูดเรื่องนี้ขึ้น หนังสือแต่ละเล่มมีสาวกของมัน มันเป็นหนังสือที่ดีเล่มที่สี่แล้วนะ

คุณได้พบกับ เจ. เค. โรว์ลิ่งหรือเปล่า ?

ครับ เธอเป็นคนง่าย ๆ ผมพูดแทนเธอไม่ได้แต่ผมคิดว่าเธอรู้สึกว่าหนังสือมีความแตกต่างและสิ่งที่เธอเป็นห่วงก็คือ สิ่งที่เป็นพื้นฐานในหนังสือแต่เธอก็มีความเต็มใจที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ผู้สร้างภาพยนตร์จะเข้าใจรูปแบบของธุรกิจของพวกเขาและเธอก็ยังคงจะเขียนเรื่องต่อไป ต้องขอบคุณเธอเป็นอย่างมาก และนี่เป็นสิ่งที่ผมรู้สึก สองหรือสามครั้งที่ผมหรือพวกเราได้ไปหาเธอ คนเขียนบทและตัวผมและทุกครั้งเธอง่าย ๆ ไม่เคร่งเครียดและให้ความช่วยเหลือพวกเราเป็นอย่างมาก และในเวลาเดียวกันไม่ต้องเตรียมพร้อมอะไร

คุณจะกล่าวได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเป็นตัวของตัวเองอย่างไร ?

ผมคิดว่ามันใหญ่กว่าภาพยนตร์เรื่องอื่น มันมีการนำเสนอเรื่องราวมากกว่าเรื่องอื่นบางส่วนอาจจะเป็นเพราะว่ามันเป็นความยากเย็นทางด้านร่างกายที่ตัวละครนำจะต้องผ่านมันออกไป มันจะเป็นแบบพวกโบวัลฟ์ ; มันจะมีพวกสัตว์ประหลาดและเข่นฆ่าอะไรทำนองนั้น มันยังมีอื่น ๆ อีกมากมาย คุณยังจะมีพวกบาสิลิสก์ในทุก ๆ หน้า มันเป็นสิ่งที่กว้างและยังต้องเป็นเรื่องราวที่ให้ความบันเทิงและจะต้องมีหลายสีสรรค์ ในขณะที่มันลูกกรงที่กั้นระหว่างกลางในความเป็นภาพยนตร์แนวตื่นเต้น คุณจะต้องระมัดระวังว่าคุณจะต้องแขวนตะกร้าของสาว ๆ ตะกร้าดอกไม้ ตะกร้าขนมหวานและตะกร้าของมุขตลกต่าง ๆ กัน สิ่งที่พวกคุณมีคือความบันเทิงอันยิ่งใหญ่ และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกได้ถึงความแตกต่าง มันยังมีความแตกต่างในขนาด เด็ก ๆ โตมากขึ้นและบางทีนี่เป็นสิ่งที่ทำให้หนังสือเป็นที่นิยมของบรรดาแฟน ๆ - มันมีความพยายามอย่างจริงจังในหนังสือที่จะบรรยายบางอย่างเกี่ยวกับตัวละครต่าง ๆ ในส่วนของ: เขามีความลึกลับในความเป็นตัวเขาหรือเปล่า ? เขาเป็นฮีโร่ตัวจริงหรือเปล่า ? คุณให้เขาผ่านการทดสอบโดยการรอดชีวิตและประสบความสำเร็จและเปลี่ยนเขาให้กลับกลายมาเป็นฮีโร่ เป็นอาร์เธอร์หรือ ซิคฟรีด และนี่มันค่อนข้างเอิกเกริกสักเล็กน้อย แต่มันมีส่วนหนึ่งในเรื่องที่เขานั้นยิ่งใหญ่กว่าและเป็นฮีโร่ที่มีสติ เขามีสติเมื่ออยู่ในระหว่างอันตรายและเขาก็มีสติมากยิ่งขึ้นเมื่อเขาหวาดกลัว ในทุก ๆ ทางเขานั้นมีสติมากว่าที่เขาเคยเป็นมาเสียอีก เพราะงั้นคุณจะให้ความสนใจมากยิ่งขึ้นในพัฒนาการของเขาจากภายใน ความรู้สึกของเขามากว่าว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น มันเป็นสิ่งที่แตกต่างจากหนังสือสามเรื่องแรกที่ผ่านมา

อะไรที่ทำให้คุณประหลาดใจได้มากที่สุด เกี่ยวกับการได้ทำภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter เรื่องนี้ ?

ง่าย ๆ เลยก็คือผมรอดมาได้ ผมคิดว่าสิ่งที่ประหลาดใจที่สุดของผมก็คือมันจะมีผลกระทบกับผู้ดูอย่างไร ความกระหายอยากรู้เรื่องนั้นเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ความเข้มข้นของสัมพันธภาพระหว่างเรื่องและตัวละครรวมทั้งผู้ชมนั้นเกินธรรมดา ผมแน่ใจว่าผมจะพบคำตอบที่มากกว่านั้นเมื่อตอนที่เรานำภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย ตอนที่เราเริ่มเปิดกล้องผมมองเห็นเรื่องที่รวบรวมไว้ แต่มันเป็นเรื่องที่น่าจดจำที่มันเป็นเหตุการณ์สำหรับบรรดาแฟน ๆ ซึ่งมีมากมายและมีฐานที่กว้างขวางในทุกวัยจากผู้ทรงคุณวุฒิจากอ๊อกซ์บริดจ์ไปจนถึงเด็ก ๆ อายุแปด หรือเก้าถึงสิบขวบ

+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+

Source :: Warner Bros. Thailand



FastCounter by bCentral

Mugglethai.com is in no way related to J.K. Rowling, Scholastic Books, Carlsen Verlag, Bloomsbury Publishing or Warner Bros. All images and material related to the J.K. Rowling novels is © Scholastic Books (US), Carlsen Verlag , and Bloomsbury Publishing (UK). All pictures property of original owners. All altered images property of respective owners All material related to the "Harry Potter" films is © Warner Bros . Created by TeDdY June 2002 ** Enjoy the site and come back soon!! **