Note
: บทสัมภาษณ์นี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์มักเกิ้ลไทยดอทคอม
ห้ามนำบทสัมภาษณ์นี้ไปทำเพื่อการค้า และห้ามเว็บมาสเตอร์ผู้ใดนำบทสัมภาษณ์นี้ไปลงตามเว็บไซต์ก่อนได้รับอนุญาติจากทางเราโดยเด็ดขาด!
แต่ถ้าเป็นบุคคลทั่วไปหากจะนำบทสัมภาษณ์นี้ไปลงตามเว็บบอร์ด
ช่วยกรุณาให้เครดิตกับ MuggleThai.com ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
คำถามและคำตอบ เคธี่ เหลียง (โช แชง) โรเบิร์ต แพตติสัน (เซดริก
ดิกกอรี่)
แคลมองซ์ โพเอซีย์ (เฟลอร์ เดอ ลา กูร์) และ สแตนิสลาฟ ไออาเนฟสกี้
(วิคเตอร์ ครัม)
คุณมีความรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าหรือเปล่าเมื่อคุณต้องร่วมเข้าฉาก?
เคธี่
: พวกเราทำงานกันได้อย่างดีมากและทุกคนก็เป็นมิตรเอามาก
ๆ ตั้งแต่ช่วงวันแรก ๆ และจากนั้นมันเหมือนกับว่าทุกคนมีส่วนร่วมที่จะทำภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน
เพราะงั้นมันเป็นเรื่องที่ดีมาก
สแตน
: มันก็ไม่มีอะไรมากที่จะต้องเพิ่มเติม พวกเรานั้นได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีและตัวผมเองรู้สึกคุ้นเคยตั้งแต่เริ่มแรก
ขั้นตอนการทดสอบบทเป็นอย่างไรบ้าง
?
แคลมองซ์
: ขั้นตอนการทดสอบบทของฉันค่อนข้างยาว พ่อฉันเห็นประกาศในโทรทัศน์และพวกเขาก็แนะนำว่าฉันควรจะลองพยายามสำหรับบทบาทนี้ดู
ฉันไม่เคยแสดงมาก่อนเลยเพราะงั้นฉันค่อนข้างจะลังเล แต่ฉันก็ไปลองมันจนได้
และฉันต้องยืนรอและรอเป็นชั่วโมงชั่วโมงและในที่สุดฉันก็ได้มัน
จากนั้นพวกเขาก็ถ่ายภาพโพลารอยด์และบอกฉันว่าพวกเขาจะโทร.กลับมาถ้าพวกเขาสนใจ
และจากนั้นฉันก็ได้รับโทรศัพท์อีกไม่กี่อาทิตย์ต่อมาและพวกเขาก็บอกให้ฉันเข้าร่วมเวิร์คชอป
ที่เป็นการแสดงสดที่เยอะมากและยังมีหลายซีนบางส่วนจากในภาพยนตร์ที่ต้องร่วมแสดงระหว่างแฮร์รี่กับเฟลอร์
จากนั้นพวกเขาก็โทรกลับมาหาฉันเพื่อให้ไปทดสอบหน้ากล้องที่สตูดิโอ
ลีฟส์เดนที่พวกเขาใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ และจากนั้นฉันก็ได้แสดงบทนี้
แล้วโรเบิร์ตกับสแตนล่ะ
?
โรเบิร์ต
: ผมรู้จักกับผู้อำนวยการฝ่ายเครื่องแต่งกายสำหรับภาพยนตร์เรื่องอื่นที่ผมได้ร่วมแสดง
และพวกเขาต้องการจะพบผมสำหรับบทบาทนี้ แต่ผมกำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องอื่นในช่วงที่เขาคัดสรรตัวแสดง
แมรี่ เซลเวย์และฟีโอน่า เวียร์เป็นผู้คัดสรรในตอนนั้นก่อนที่ใครอื่นจะได้เห็นสำหรับการคัดสรรตัวแสดงนี้
จากนั้นผมก็ไปทำงานให้กับภาพยนตร์เรื่องอื่นและจากวันที่ผมกลับมา
ผมก็ได้รับเลือก นี่เป็นเบื้องต้นของสิ่งที่เกิดขึ้น
ภาพยนตร์เรื่องนั้นมันเรื่องอะไร
?
โรเบิร์ต
: ชื่อเรื่องว่า The Ring of the Nibelungs ซึ่งเป็นภาพยนตร์เยอรมัน
สแตนล่ะ
?
สแตน
: มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจ มีคนเห็นผมที่โรงเรียน
มันเป็นเรื่องบังเอิญเอาจริง ๆ ผมไปลงทะเบียนสำหรับภาคบ่ายช้าไป
เพราะงั้นคุณลองคิดดู ผมค่อนข้างประหม่าและรีบไปเพื่อจะเซ็นชื่อ
แต่ผู้อำนวยการฝ่ายการคัดสรรอยู่ที่นั่นพร้อมกับหัวหน้าฝ่ายการละครของโรงเรียน
เพราะงั้นเธอจึงได้ยินผมพูดและหันมามอง เห็นผมและเริ่มให้ความสนใจ
เธอขอให้ผมเข้าไปร่วมการทดสอบบทที่โรงเรียนหลังจากนั้น ซึ่งผมไปเพราะผมรู้สึกว่าผมรู้สึกอยากเล่นกีฬาก่อนที่จะเข้าโรงยิม
ผมโดนดึงเอาไว้นานที่สุดและถูกขอให้เข้าเวิร์คชอร์ปถึงสองครั้งหลังจากนั้นซึ่งผมไม่ได้ไปเพราะเหตุผลต่าง
ๆ นา ๆ ผมต้องสอบและหนึ่งในเวลานั้นพวกเขาไม่อนุญาตให้ผมไป
ผมก็คิดอย่างคนทั่วไปจะคิดว่า โอ้โอกาสของผมคงหลุดลอยไปแล้ว;
พวกเขาคงไม่โทร. มาหาผมอีกแน่ แต่จากนั้นผมก็ได้รับการติดต่อและพวกเขาไม่ค่อยปลื้มกับการที่ผมไม่ยอมไป
ผมก็เลยไปที่นั่นอีกครั้งและต่อมาก็ได้พบกับ ไมค์ (นิวเวลล์)
และมันกลับกลายเป็นว่าผมได้แสดงบทบาทนี้
เคธี่
: การทดสอบบทของฉันนั้นเป็นเรื่องคลาสสิคมากกว่าของสแตน ฉันทำงานกับผู้อำนวยการทางด้านการคัดสรรตัวแสดงที่เป็นชาวฝรั่งเศสในเรื่องอื่น
และเขาก็พูดว่า ผมกำลังคัดสรรตัวแสดงให้กับภาพยนตร์เรื่อง
Harry Potter คุณอยากมาร่วมกับเราไหม? จากนั้นเราก็ได้คุยกันนิดหน่อยและไมค์ก็มาที่ปารีสเพื่อโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง
Mona Lisa Smile และฉันก็ได้พบเขาที่โรงแรม เราพูดกันเล็กน้อยและฉันคิดว่าเหลือพวกเราแค่สามคนและเราทุกคนก็มาที่ลอนดอนเพื่อทดสอบบทในซีนที่สั้นมาก
ๆ และนั่นแหละ
ทำไมต้องเป็น
แฮร์รี่ล่ะ ?
เคธี่
: ไม่ใช่กับแฮร์รี่ ไม่หรอก
คุณช่วยอธิบายวันปกติของคุณตอนเข้าฉากได้ไหม
?
โรเบิร์ต
: ผมไม่คิดว่ามันจะมีอะไรที่เป็นขั้นตอน มันจะมีบางวันที่เราทำงานกันน้อยแต่พวกเราก็ต้องคอยอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา
เพราะมันเป็นฉากที่ยาวและพวกเราก็ถ่ายทำกันมาตลอดระยะเวลา
11 เดือนหรืออะไรประมาณนั้นเพราะงั้นมันจะมีหลายวันและหลายอาทิตย์ที่คุณไม่ต้องทำอะไรเอาเลย
ผมคิดว่ามีคนมากมายที่เข้ามาร่วมงานเพราะมีนักแสดงวัยรุ่นหลายคนที่ร่วมทำงานกันอยู่
ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ทำงานกันเกือบ 9 เดือนหรือกว่านั้น แต่โดยปกติแล้วจะเริ่มงานประมาณ
06.30 น.หรือประมาณนั้น และจากนั้นก็พักและเริ่มงานกันอีกทีหลังอาหารกลางวันหลังจากช่วงเวลาเช้าที่สบาย
ๆ และก็จะมีบางวันที่มันจะยุ่งกันมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันมีฉากที่ต้องทำงานด้านสตั๊นท์อะไรทำนองนั้น
มันจะเป็นวันที่ยาวนานมากและส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเวลาที่พวกเราต้องรออยู่แถวนั้น
อยากรู้ว่าคุณรู้จักหนังเรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่า
และคุณได้ดูหนังสือในเรื่องต่อไปเพื่อจะดูว่ามีบทบาทที่คุณแสดงอยู่ในนั้นหรือเปล่า
?
แคลมองซ์
: ฉันเป็นแฟนของภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนที่ฉันจะได้รับบทบาทนี้เสียอีก
และฉันได้อ่านหนังสือทั้งสามเล่มแรก ฉันยังไม่ได้อ่านเล่มสี่และเล่มห้าจนกระทั่งฉันได้รับเลือกให้แสดงบทบาทนี้
และในหนังสือภาคอื่นที่มีบทบาทของฉันเพิ่มมากขึ้น ฉันได้อ่านตอนที่หกเรียบร้อยแล้ว
แต่เธอถูกกล่าวถึงน้อยมาก
เคธี่
: ฉันปลื้มหนังสือมาก ฉันอ่านสี่เล่มแรกไปแล้ว ฉันได้ดูภาพยนตร์ภาคแรกและฉันได้ดูเรื่องที่สามตอนที่มาทำงานที่นี่
ฉันปลื้มกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของมันและโลกทั้งหมดของ
Harry Potter
สแตน
: คือผมไม่เคยได้อ่านหนังสือหรือว่าได้ดูภาพยนตร์มาก่อนเลย
แต่พอผมได้รับเลือกให้แสดงบทบาทนี้ ผมก็อ่านหนังสือมาจนถึงเล่มสี่แล้วตอนนี้
และผมก็ได้ดูภาพยนตร์ด้วย
โรเบิร์ต
: ผมไม่ได้อ่านมันซักเล่มเลย ผมได้อ่านเล่มที่สี่ก่อนหน้าที่ผมจะเข้าทดสอบบท
และได้อ่านมันแค่วันเดียวหรืออะไรทำนองนั้น มันเปลี่ยนความคิดของผมไปหมดเกี่ยวกับทุก
ๆ ตอน
คุณช่วยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับบทบาทที่คุณแสดงและความคิดเห็นของคุณเกี่ยวกับมัน
สแตน
: วิคเตอร์มีบทบาทในภาคที่สี่ เขาเป็นนักกีฬาควิดิชที่เก่งที่สุดในโลก
เพราะฉะนั้นเขาจะมีพื้นฐานที่ดีในโลกแห่งเวทย์มนต์ของ Harry
Potter ผู้คนจะให้คำจำกัดความในความเป็นเขาว่าเป็นคนแข็งแกร่ง
ถึงแม้ว่าในความคิดของผมเขาจะมีสองลักษณะ เป็นคนมุ่งมั่นเป็นอย่างมากและรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่;
แต่เขาก็เป็นคนมีจิตใจกว้างขวางและเขาชอบเฮอร์ไมโอนี่ เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าเขาเป็นตัวละครที่ยอดเยี่ยมมาก
เขามาจากที่ไหนและทำไมเขาถึงมีสำเนียงแบบนั้น
?
สแตน
: ครับ เขามาจากบัลกาเรีย และนั่นแหละที่ทำให้เขามีสำเนียงแบบนี้
และนั่นเป็นที่เดียวกับที่คุณมาหรือเปล่า
?
สแตน
: ใช่ครับ
แคลมองซ์
: เฟลอร์ เดอ ลา กูร์ มันเป็นภาษาฝรั่งเศส; ฉันเป็นคนฝรั่งเศส
และเธอก็เป็นแบบนักเรียนที่มีอยู่ในทุกโรงเรียน เธอเป็นสาวสมบูรณ์แบบ
จะน่ารำคาญในที่สุดสำหรับการต้องเพียบพร้อม และเธอต้องแต่งกายดีอยู่เสมอ
เล่นกีฬาเก่ง เรียนหนังสือเป็นยอด ทำอะไรก็เก่งไปซะหมด เพราะฉะนั้นรูปลักษณ์ของเธอจะเป็นแบบที่ผู้คนจะมองหญิงสาวที่เป็นชาวฝรั่งเศสและก็มีปฏิกิริยาเหมือนกับเด็กสาวทั่ว
ๆ ไปกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น
เซดริก
: เซดริกเป็นหัวหน้านักเรียน เขาเป็นประเภทของผู้ชายที่ต้องการจะทำอะไรทุกอย่างที่ถูกต้องแต่ต้องไม่เป็นไปในทางที่ก่อความรบกวนใคร
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเกลียดเขา เขาเป็นนักกีฬาที่เก่งกาจ เขาช่วยแฮร์รี่บ้างเล็กน้อยและพวกเขาใกล้กันมากขึ้นตอนที่ภาพยนตร์ใกล้จะถึงบทสรุป
เคธี่
: บทที่ฉันแสดงเป็น โช โดยพื้นฐานแล้วจะแสดงให้เห็นการพัฒนาการของแฮรี่มาสู่ความเป็นวัยรุ่น
มันเหมือนกับการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน และเขาก็เริ่มสนใจมองสาว
ๆ และฉันก็เป็นแบบที่เขาชอบ
ตัวแสดงของลอร์ด
โวลเดอมอร์เป็นอย่างไรถ้าเปรียบเทียบกับสิ่งที่อยู่ในจินตนาการของคุณ
และคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการที่ราล์ฟ เฟนน์สแสดงในบทบาทนี้
?
เคธี่
: ฉันคิดว่าเขาทำได้ยอดเยี่ยมมาก มันเป็นฉากที่รุนแรง
เขาดูน่ากลัวเอาจริง ๆ ซึ่งนั่นคือความเป็นโวลเดอมอร์ ฉันคิดว่าเขาแสดงบทนี้ได้ดีมาก
ๆ เขาเป็นอะไรที่เหมือนกับที่ฉันจินตนาการเอาไว้ว่าเขาจะเป็นอย่างไรตอนที่ฉันอ่านจากในหนังสือ
สำหรับเคธี่และสแตน
คุณได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างกับการแสดงเป็นครั้งแรกในชีวิตของพวกคุณ
?
เคธี่
: มันมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนักนอกเสียจากการที่ฉันได้รู้ตัวเองว่าฉันแสดงได้
และมันยังทำให้ฉันมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่คุณต้องอยู่ต่อหน้าคนมาก
ๆ ต่อหน้ากล้องและการที่ได้พบปะผู้คนหน้าใหม่ ๆ ตลอดเวลารวมทั้งการที่คุณจะตอบรับกับทุกคนอีกด้วย
สแตน
: ครับ ค่อนข้างจะเหมือนเดิม ผมได้ประสบการณ์เพิ่มขึ้นมากมาย
มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผมต้องอยู่ต่อหน้าคนหมู่มาก
หรือต่อหน้าฝูงชน ผมไม่เคยทำแบบนี้ได้มาก่อนเลย ผมเป็นคนประหม่า
และผมยังได้ค้นพบสิ่งที่ผมอยากจะทำต่อไปในอนาคตซึ่งผมหวังว่าจะได้อยู่ในวงการแสดงต่อไป
พวกคุณเตรียมตัวพร้อมรับกับชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่องนี้
และคุณเตรียมตัวที่จะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร ?
โรเบิร์ต
: ผมไม่รู้ครับ มันตลกนะ มีใครเคยพูดถึงมันเมื่อไม่นานมานี้
เพราะตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว ผมคงไม่ต้องทำอะไรแบบนั้นจริงจังนักในตอนนี้
ผมยังไม่มีจุดหมายอะไรไป ๆ มา ๆ รอบ ๆ ลอนดอน และผู้ชายสองคนที่อายุประมาณ
30 หรืออะไรทำนองนั้นเข้ามาและขอลายเซ็นของผม ผมภูมิใจกับมันมากในตอนนั้นและให้ลายเซ็นไปพวกเขายังถ่ายรูปผมไปด้วยอะไรทำนองนั้น
มันเป็นทำนองล่องลอยไปมาและผมก็ล่องลอยไปมาและผมก็เจอพวกเขาตั้งสามหน
และทุกครั้งที่เจอกันพวกเขาก็ให้ความนับถือผมมากยิ่งขึ้น
สแตนล่ะ
?
สแตน
: ผมไม่คิดว่าคุณจะเตรียมตัวได้อย่างจริงจังสำหรับอะไรที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย
เพราะกลุ่มแฟนนั้นมาจากทั่วโลก มันเป็นแฟนที่กลุ่มใหญ่มาก
ๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราต้องเผชิญหน้ากับมันและทำให้ดีที่สุด
เคธี่
?
เคธี่
: เหมือนอย่างที่ร็อบและสแตนตอบ ไม่ว่าคุณจะเตรียมตัวรับมือมันแค่ไหน
มันก็จะเป็นมากกว่าความคาดหวังของคุณกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
ตอนที่ฉันกลับมาที่โรงแรมเมื่อเช้านี้ มีกลุ่มช่างภาพและบรรดาแฟน
ๆ รออยู่ข้างนอก มันเป็นเรื่องน่าหวาดหวั่นแต่ในเวลาเดียวกันนั้นเองมันก็เป็นความรู้สึกที่ดีทีเดียว
ฉันมีความหมายสำหรับพวกเขา ฉันคิดว่ามันคงเป็นความคาดหวังในทางดี
ค่ะ
แคลมองซ์
: ฉันไม่รู้ว่าคุณจะเตรียมตัวได้อย่างไร ยังไม่มีใครจำฉันได้
และฉันคิดว่าคงเป็นเพราะว่าฉันอยู่ที่ปารีส เพราะฉันถ่ายทำภาพยนตร์ทุกเรื่องของฉันที่ปารีส
มันอาจจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับตัวฉันมากกว่าพวกคุณ ฉันคิดว่าเมื่อคุณเดินไปตามถนนโดยไม่แต่งหน้าแล้วสวมกางเกงยีนส์
ผู้คนคงจะจำคุณไม่ได้ ถ้าคุณดำเนินชีวิตของคุณอย่างที่คุณเคยเป็นฉันได้แต่หวังว่ามันจะเป็นอย่างเดิม
แคลมองซ์
ภาษาอังกฤษที่ลื่นไหลของคุณนั้นคุณได้มาจากไหน ?
แคลมองซ์
: ฉันเป็นผู้หญิงที่โชคดี พ่อและแม่ของฉันให้ฉันเข้าโรงเรียนที่สอนภาษาอังกฤษมากกว่าที่จะได้เรียนในโรงเรียนที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศสทั่ว
ๆ ไป และฉันยังได้เข้าโปรแกรมนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนที่โตรอนโต้ตอนที่ฉันอายุ
13 ปี โดยฉันต้องอยู่ที่นั่นสองเดือนโดยไปโรงเรียนที่ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากจะพูดภาษาอังกฤษ
มันเริ่มตั้งแต่ที่นั่นและจากนั้นฉันยังมีโอกาสได้ทำงานในประเทศอังกฤษบ้างเล็กน้อย
และยังได้ทำงานกับชาวอเมริกันนิดหน่อยด้วย โดยในแต่ละครั้ง
มันเป็นเรื่องที่แตกต่างไปคุณจะได้ฝึกฝนมันให้ดีขึ้นระหว่างทำงานอีกด้วย
ฉากสตั๊นท์ที่คุณชอบมากที่สุด
?
สแตน
: โดยส่วนตัวผมชอบฉากถ่ายทำกับน้ำ ผมได้ดำน้ำและผมชอบมันมากที่สุดเพราะมันต้องใช้ความกล้าหาญและเวลาเป็นอย่างมาก
และยังต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดอีกด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงชอบมันมากที่สุด
แคลมองซ์
: ฉากสตั๊นท์ที่ฉันได้เคยแสดงนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดำน้ำ
เพราะงั้นฉันถึงคิดว่าฉันชอบมันมากที่สุด
โรเบิร์ต
: ฉากในเขาวงกตนั้นเป็นฉากที่สนุกมาก มันดูเป็นจริงเป็นจัง
เป็นเพราะว่ากำแพงทุกด้านเป็นกำแพงไฮดรอลิค ไม่มีใครจะรู้ได้เลยว่ามันจะฆ่าคุณหรือเปล่า
หรือว่าคุณจะต้องถูกดักไว้ตรงนั้นหรือเปล่า เพราะงั้นมันเป็นเรื่องดีที่ได้ทำการแสดงแบบนั้น
มันเป็นเรื่องดี และตื่นเต้นเอามาก ๆ มันเป็นระบบปิดเมื่อต้องอยู่ในเขาวงกตนั่นที่คุณจะทำให้จินตนาการของคุณถูกปลดปล่อยออกไป
ถึงแม้ว่ามันจะมีคนคอยดึงเชือกที่ดึงขาของคุณเอาไว้เพราะงั้นคุณก็แค่ส่งเสียงร้อง
และมันเป็นเรื่องที่สนุกมาก
เคธี่
: ฉันไม่ได้มีโอกาสได้ร่วมแสดงในฉากสตั๊นท์เหล่านั้นเลย;
อย่างเดียวที่ได้ทำคือฉากใต้น้ำ ฉันได้เข้าเรียนดำน้ำ ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก
มันเป็นงานที่หนักมากด้วย แต่ก็ค่ะมันดีทีเดียว
พวกคุณแต่ละคนอายุเท่าไรกันแล้ว
?
แคลมองซ์
: ฉันอายุ 23 แล้วตอนนี้
สแตน
: ผม 20 ตอนนี้
โรเบิร์ต
: 19 ครับ
เคธี่
: 18 ค่ะ
คุณคิดว่าสิ่งที่คุณแสดงในฉากเต้นรำนั้นเป็นอย่างไร
?
โรเบิร์ต
: มันยอดมาก พวกเราต้องฝึกฝน; ผมว่ามันเป็นการเรียนประมาณสักสองอาทิตย์
โดยเรียนการเต้น วอลทซ์ และอะไรทำนองนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนาน
ผมไม่เคยได้เต้นรำแบบดั้งเดิมมาก่อนเลย และตัวผมก็ไม่เคยทำได้ดีกับการเต้นรำในรูปแบบไหน
ๆ
แค่สองอาทิตย์เองเหรอ
?
โรเบิร์ต
: ใช่ครับแค่สองอาทิตย์ และจากนั้นการถ่ายทำก็ใช้เวลาเกือบสองหรือสามอาทิตย์
เคธี่
: สองอาทิตย์ ค่ะ
โรเบิร์ต
: ครับและผมคิดว่าส่วนที่น่าอายมากที่สุดคือตอนที่เราเต้นรำกันธรรมดาและเมื่อวงดนตรีร็อคเข้ามา
ผมคิดว่ามีอยู่สองวันที่มีการจัดคิวให้เป็นแบบ แค่เต้นมันเข้าไป
เต้นอย่างที่คุณเคยเต้นรำในคลับหรืออะไรทำนองนั้น และมันน่าอายมากเลย
ถ้าคุณเปลี่ยนบทแสดงได้คุณอยากจะแสดงเป็นใคร
?
เคธี่
: ฉันคิดว่าฉันอยากจะแสดงบทของรอนนะ เพราะว่าเขาเป็นคนตลก
ดูเหมือนว่าเขาจะทำให้ทุกคนหัวเราะได้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาที่เศร้าโศกมากที่สุด
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องเศร้าแต่มีมุขตลกแฝงเอาไว้โดยตลอด
มันเป็นเรื่องที่สนุกสนาน ฉันชอบทำให้ผู้คนหัวเราะเพราะฉันทำไม่ได้ในชีวิตจริงของฉัน
โรเบิร์ต
: คงจะเป็นแฮร์รี่ ผมคิดว่ามันเป็นบทบาทที่เข้าใจยาก และคุณก็ไม่มีโอกาสที่จะการันตีภาพยนตร์ทั้งเจ็ดเรื่อง
เมื่อคุณโตขึ้น และผมคิดว่าแดเนียลนั้นแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมมาก
ผมมองเห็นได้ว่าเขามีความพยายามและมีการพัฒนาในฐานะนักแสดงและฐานะของคน
ๆ หนึ่ง
แคลมองซ์
: ดัมเบิลดอร์เป็นตัวละครที่ฉันชอบมาเป็นเวลานานแล้ว
เพราะงั้นฉันคิดว่าฉันอยากจะเปลี่ยนไปใส่เคราและแต่งตัวแปลก
ๆ ซะบ้าง
สแตน
: ผมคงอยากจะแสดงเป็น โวลเดอมอร์ พวกเราเพิ่งจะได้เห็นว่าเขาเป็นอย่างไรตอนที่เขามีร่างกายเหมือนมนุษย์ธรรมดาและผมอยากจะลองและดูว่ามันจะมีความรู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นจอมมาร
+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+
Source
:: Warner
Bros. Thailand