Note : บทสัมภาษณ์นี้เป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์มักเกิ้ลไทยดอทคอม ห้ามนำบทสัมภาษณ์นี้ไปทำเพื่อการค้า และห้ามเว็บมาสเตอร์ผู้ใดนำบทสัมภาษณ์นี้ไปลงตามเว็บไซต์ก่อนได้รับอนุญาติจากทางเราโดยเด็ดขาด! แต่ถ้าเป็นบุคคลทั่วไปหากจะนำบทสัมภาษณ์นี้ไปลงตามเว็บบอร์ด ช่วยกรุณาให้เครดิตกับ MuggleThai.com ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

J K Rowling at the Edinburgh Book Festival

Lindsey Fraser : เอาล่ะ พวกเราจะต้องเป็น 500 คนที่โชคดีที่สุดใน Edinburgh ในวันนี้ ฉันชื่อ Lindsey Fraser ค่ะ และฉันมีความยินดีที่จะแสดงความดีใจกับพวกคุณแทน Edinburgh International Book Festival สำหรับการตื่นเช้าในเช้าวันอาทิตย์นี้ ขอต้อนรับสู่โอกาสพิเศษสุดๆเช่นนี้ค่ะ แน่นอนค่ะ JK Rowling ไม่ต้องการการเกริ่นแนะนำตัว ดังนั้นงานของฉันวันนี้ก็ง่ายมากๆทีเดียว เพราะมีหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ ชีวิตของเธอได้เปลี่ยนแปลงอย่างมาก — ฉันมั่นใจว่าพวกคุณรู้ว่าเรื่องดำเนินไปอย่างไร เพราะมีหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ ชีวิตของพวกเราก็เปลี่ยนไปเช่นกัน พวกเราเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนผู้อ่านสากลทั้งหมดและนั่นสะท้อนให้เห็นในความจริงที่ว่าคนบางคนเดินทางมาจากแดนไกล มันเหมือนกับชมรมอ่านหนังสือใหญ่ๆที่เกิดขึ้นในโลกที่เธอสร้างขึ้นมา เธอไม่ค่อยได้พูดคุยกับผู้อ่านโดยตรงในระยะหลังนี้ และไม่ต้องสงสัยเลย เธอกำลังยุ่งมากๆกับการเขียนหนังสือเล่มหนาๆเกินกว่าจะปลีกตัว แต่เธอก็ได้ยกเว้นให้กับวันนี้ อย่างแรกก็เพื่อที่จะอ่านนวนิยายเล่มล่าสุดของเธอ และหลังจากนั้นเพื่อตอบคำถามบางคำถามจากพวกคุณ ฉันรู้ว่าพวกคุณต้องการแสดงว่าคุณรู้สึกดีใจเพียงใดที่จะเจอเธอในวันนี้ สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี...โจ โรว์ลิ่งค่ะ

J K Rowling : สวัสดีค่ะ ฉันจะอ่านตอนสั้นๆจาก Harry Potter and the Order of the Phoenix นะคะ และจากนั้นฉันจะตอบคำถามบางคำถามค่ะ ยังมีใครที่ยังอ่านหนังสือไม่จบบ้างมั้ยคะ? ฉันรู้ค่ะว่ามีทางด้านหลัง เพราะว่าฉันรู้จักเธอและเธอบอกกับฉัน เหมือนจะเป็นพวกผู้ใหญ่เป็นส่วนใหญ่เลย นั่นถูกมั้ยคะ? ถ้ามีใครที่เด็กกว่านั้นและยังอ่านหนังสือไม่จบ เราจะต้องระมัดระวังที่จะไม่บอกตอนจบที่สำคัญออกไป ถ้าพวกคุณรู้ว่าฉันหมายถึงอะไรนะคะ บางทีคุณอาจจะเก็บมันเอาไว้จนเมื่อตอนคุณเอาหนังสือมาให้เซ็นต์ในตอนหลัง ฉันจะพยายามไม่ทำลายความสนุกสนานของผู้อ่านถ้าพวกเขากำลังอ่านอยู่นะคะ ดังนั้นฉันจึงเลือกอ่านตอนแรกๆในหนังสือ ตอนก่อนที่แฮร์รี่จะกลับสู่ฮอกวอตส์ เขาและรอนค่อนข้างจะแปลกใจ — สำหรับแฮร์รี่แล้ว มันไม่ใช่การแปลกใจที่น่าพึงพอใจสักเท่าไหร่ ฉันต้องพูดอย่างนั้น

J K Rowling อ่านช่วงหนึ่งของ Harry Potter and the Order of the Phoenix

คำถามจากผู้ชม

จากหนังสือทุกเล่มของคุณแล้ว เล่มไหนเป็นเล่มโปรดของคุณ?

มันแตกต่างกันไป ฉันคงต้องบอกว่าคงจะเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์กับนักโทษแห่งอัซคาบันค่ะ ถึงแม้ว่าตอนนี้ — มันเป็นการอยุติธรรมของฉันที่จะกล่าวว่า — Harry Potter and the Half Blood Prince คือเล่มโปรดของฉันค่ะ ขอโทษนะคะที่ฉันเป็นคนเดียวที่ได้อ่านและฉันคิดว่ามันค่อนข้างดีค่ะ ธรรมดาแล้วฉันก็เป็นอย่างนี้ล่ะเวลาที่เขียนหนังสือ โดยปกติแล้วเลยครึ่งทางไปสักนิดฉันจะรักมัน แต่เมื่อเวลาที่ฉันเขียนมันจนเสร็จฉันจะเกลียดมันอย่างที่สุดและคิดว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหลเปล่าประโยชน์ ณ เวลานี้ฉันชอบการที่เล่มหกดำเนินไปจริงๆค่ะ หลายๆอย่างเกิดขึ้นในเล่มหกและหลายคำถามได้รับการตอบ ฉันมีความรู้สึกว่าเราเกือบจะถึงจุดนั้นและถึงเวลาสำหรับคำตอบแล้ว ไม่ใช่คำถามและคำใบ้ ถึงแม้ว่าจะมีคำใบ้อยู่บ้างแน่นอนในเมื่อฉันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีนัก ฉันหวังว่านั่นน่าอึดอัดสำหรับพวกคุณสุดๆเลยเพราะพวกคุณยังไม่สามารถอ่านมันได้!

หนังสือเล่มไหนบ้างที่คุณอ่านเมื่อตอนคุณยังเด็ก และหนังสือเล่มไหนที่คุณอ่านในปัจจุบัน?

เมื่อตอนฉันยังเด็กฉันจะอ่านอะไรก็ได้ทุกอย่างเลย หนังสือเล่มโปรดของฉันสำหรับกลุ่มคนที่เด็กกว่าก็คือ I Capture the Castle โดย Dodie Smith ซึ่งฉันรักมากๆ The Little White Horse หนังสือเด็กคลาสสิคทั้งหมดแหละค่ะ… I love E Nesbit—ฉันคิดว่าเธอยิ่งใหญ่มาก และฉันบอกได้ด้วยวิธีที่เธอเขียน เด็กๆของเธอทุกคนเป็นเด็กจริงๆ และเธอก็ค่อนข้างจะเป็นผู้สร้างแนวการเขียนใหม่ๆในยุคนั้น ฉันก็อ่านหนังสือผู้ใหญ่ด้วยหลายเล่มเหมือนกัน นิยายเรื่องสุดท้ายที่ฉันอ่านก็คือThe Moonstone ของ Wilkie Collins ที่ฉันตั้งใจว่าจะอ่านมาหลายปี มันเป็นการอ่านที่ยอดเยี่ยมค่ะ ฉันเพิ่งจะได้พักผ่อนและเป็นครั้งแรกใน 5 ปีที่ฉันไม่ได้เอา Iris Murdoch ไปกับฉันด้วยเลย เพราะว่ามันน่าหดหู่ใจมากๆ ฉันเกือบจะหยิบสักเล่มใส่ลงในกระเป๋าแต่ฉันก็คิดว่า “จะทำแบบนี้ทำไม? จะนำตัวเองเข้าไปในเรื่องแบบนี้ทำไม?” แล้วฉันก็ไม่ได้สนใจจะหยิบมัน ฉันอ่าน Wilkie Collins แทน และมันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิมมาก

ภาพวาดทั้งหมดที่พวกเราเห็นที่ Hogwarts เป็นของคนตายแล้วทั้งนั้นเลย พวกเขาดูเหมือนจะใช้ชีวิตผ่านภาพของพวกเขา มันเป็นไปได้อย่างไร? ถ้าเกิดว่ามีภาพวาดของพ่อแม่ของแฮร์รี่ เขาจะรับคำแนะนำจากพวกเขาได้ไหม?

นั่นเป็นคำถามที่ดีมากค่ะ ทั้งหมดเป็นของคนที่ตายแล้ว พวกเขาไม่ถือว่าเป็นผีหรอกค่ะ อย่างที่คุณอาจจะสังเกตเห็นมาแล้ว ที่ที่คุณเห็นพวกเขาพูดจริงๆแล้วก็ที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์โดยหลักๆ ความจริงก็คือว่าพวกอาจารย์ใหญ่ทิ้งรอยประทับของพวกเขาเอาไว้ลางๆ พวกเขาทิ้งกลิ่นอายของพวกเขา...เหมือนจะนะ...ไว้ในห้องทำงาน และพวกเขาสามารถให้คำปรึกษาให้กับผู้ที่อยู่ในห้องนั้นได้ แต่มันไม่เหมือนการเป็นผีนะคะ พวกเขาเหมือนจะกล่าวซ้ำคำพูดของตัวเองค่ะ ภาพวาดแม่ของซิเรียสนั่นก็ไม่เชิงลักษณะนิสัยทั้งหมดของเธอ เธอไม่ได้รู้สึกตัวนักหรอกค่ะ เธอกล่าวซ้ำคำพูดที่เธอเคยพูดตอนที่เธอมีชีวิตอยู่ ถ้าแฮร์รี่มีภาพของพ่อแม่เขามันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเขานักหรอกค่ะ ถ้าเขาได้เจอพวกเขาในลักษณะของผีนั่นจะเป็นการพบปะที่มีความหมายมากกว่า แต่ก็อย่างที่นิคบอกไว้ในตอนจบของฟีนิกซ์—ฉันกำลังเดินเตร่ไปในเขตอันตรายซะแล้ว แต่ฉันว่าพวกคุณรู้ว่าเขาพูดว่าอะไรใช่มั้ยคะ—มีผู้คนที่จะไม่กลับมาเป็นผีถ้าพวกเขาไม่กลัวความตายหรือกลัวน้อยกว่า

ใครคือตัวละครโปรดของคุณในหนังสือ?

ฉันมีตัวละครโปรดหลายตัวนะคะ ฉันชอบแฮร์รี่, รอน, เฮอร์ไมโอนี่, แฮกริด และดัมเบิลดอร์มากๆ ฉันชอบการเขียนสเนป—ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนที่น่ารักที่สุดเสมอไป แต่ว่ามันสนุกจริงๆในการเขียนเขา ฉันรักการเขียนดัดลีย์เหมือนกัน ถ้าฉันจะเจอใครได้ละก็ ฉันอาจจะเลือกลูปิน ฉันชอบเขามากๆ ตัวละครโปรดคนใหม่ของฉันก็คือลูน่า—ฉันชอบเธอมากจริงๆค่ะ

ป้าเพตทูเนียเป็นสควิปหรือเปล่า?

เป็นคำถามที่ดีค่ะ ไม่ใช่หรอกค่ะ แต่ว่า—[หัวเราะ] ไม่ใช่ค่ะ เธอไม่ใช่สควิป เธอเป็นมักเกิ้ลแต่—[หัวเราะ] พวกคุณต้องอ่านอีกสองเล่มน่ะค่ะ คุณอาจจะมีความคิดที่ว่าจะต้องมีอะไรๆอีกเกี่ยวกับป้าเพตทูเนียมากกว่าที่เห็น และพวกคุณจะได้รู้ว่ามันคืออะไรค่ะ เธอไม่ใช่สควิป ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นการเดาที่เยี่ยม โอ้ ฉันบอกอะไรไปเยอะเลย ฉันเลินเล่ออย่างร้ายแรงเลยล่ะค่ะ

คุณคิดชื่อพวกพวกนั้นขึ้นมาได้อย่างไร อย่างเช่นจันทร์เจ้า, หางหนอน, เท้าปุย และเขาแหลม?

ชื่อพวกนั้นมาจากสัตว์ต่างๆที่พวกเขาเปลี่ยนร่างเป็นค่ะ ฉันสนุกกับมันมากเลยค่ะ หางหนอนเป็นชื่อที่ยากที่สุดอันหนึ่ง น้องสาวของฉันเกลียดหนู และปัญหาของเธอกับพวกมันก็คือหางค่ะ แล้วนั่นก็ให้ความคิดกับฉัน จริงๆแล้วพวกคุณก็รู้ว่าฉันเอาชื่อบางชื่อมายังไงเพราะว่าฉันขโมยชื่อของคุณแม่พวกคุณเมื่อยังสาวใช่มั้ยล่ะ? คุณจะต้องระมัดระวังถ้าคุณรู้จักกับฉันเพราะว่าคุณอาจจะปรากฏตัวในหนังสือของฉัน และถ้าคุณทำให้ฉันเคืองละก็ คุณก็จะปรากฏตัวเป็นตัวละครแย่ๆซะส่วนใหญ่ ฉันนึกถึงชื่อ McClaggan เมื่อวันก่อน ซึ่งฉันคิดว่าเป็นชื่อที่เยี่ยมเลย มีชื่อ McClaggan ในเล่มหกค่ะ เพราะฉันคิดว่ามันเป็นนามสกุลที่ดีเกินกว่าจะละทิ้ง

ในเนื้อเรื่องของคุณ แฮร์รี่ พอตเตอร์จะโตขึ้นเป็นพ่อมดหรือเปล่า?

เอาล่ะ ฉันไม่คิดว่าเป็นการบอกมากเกินไปถ้าจะบอกว่าเขาจะมีชีวิตรอดจนถึงเล่มเจ็ด หลักๆแล้วก็เพราะว่าฉันไม่อยากถูกพวกคุณทั้งหลายบีบคอเอาซะก่อน แต่ฉันจะไม่พูดว่าเขาจะโตเกินกว่านั้นหรือไม่เพราะว่าฉันไม่เคยบอกมาก่อน พวกคุณนี่เก่งจริงๆเรื่องการบังคับให้ฉันตอบคำถามน่ะ!

มีตัวละครตัวไหนที่เป็นคนจริงๆ มั้ยคะ

ตัวละครที่ตั้งใจเขียนเลียนแบบคนที่เคยรู้จักจริงๆ มีอยู่คนเดียวคือ Gilderoy Lockhart [หัวเราะ] อาจจะไม่ใช่คนที่พวกเธอจะทายกันใช่มั้ย ฉันต้องบอกว่าคนต้นแบบหน่ะแย่กว่านั้นอีก [หัวเราะ] เค้าหน่ะเหลือเชื่อ พูดไม่ถูกเลย ฉันเคยต้องฟังเค้าโม้โกหกถึงการผจญภัยต่างๆ นานา ไปทำโน่นมา นี่มา มีแต่เรื่องน่าประทับใจ เค้าเป็นคนที่เกินคำบรรยายจริงๆ ฉันพูดถึงเค้าได้อย่างไม่ต้องกังวลเลยว่าเค้าจะต่อว่า เพราะไม่ว่าจะให้เวลาเค้าอีกล้านปีเค้าก็ไม่มีทางคิดออกว่าฉันกำลังพูดถึงเค้าอยู่ บางทีฉันยังกลัวนะว่าวันนึงเค้าจะโผล่มาทักอีก เค้าเป็นคนประเภทที่เราจะไม่อยากเจออีกตลอดชีวิตแต่เค้าจะป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ลาจากไปจริงๆ ซะที ฉันว่าวันนึงฉันคงจะเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือที่เซ็นอยู่แล้วก็เจอเค้า “หวัดดี โจ” [หัวเราะ] ส่วนคนอื่นๆ ที่ฉันรู้จักก็ได้มีส่วนอยู่ในหนังสือในรูปแบบของ รูปร่างหรือท่าทางแปลก ยืมจมูกมาใส่ตัวละครนี้ ยืมท่าเดินมาใส่ตัวละครนั้น แต่ไม่มีใครที่ฉันตั้งใจเขียนเลียนแบบจริงๆ นอกจาก Lockhart คุ้มกับการที่เคยต้องทนเจอตัวจริงเค้าอยู่สองปีเต็มๆ

คุณเคยเขียนหนังสือเล่มอื่นมั้ยนอกจาก Harry Potter

ไม่เลย ฉันเคยเขียนอย่างอื่นแต่มันไม่ได้รับตีพิมพ์ ซึ่งฉันบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียดายอะไร ฉันเคยเขียนงานอยู่หลายประเภทแต่ไม่ได้ตีพิมพ์ออกมา บางชิ้นอาจจะได้พิมพ์สักวันนึง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มีบางชิ้นที่เขียนค้างไว้ ไม่เสร็จซะทีที่ฉันอยากจะเขียนต่อให้เสร็จ แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันอยากจะให้มันได้รับการตีพิมพ์ออกมารึเปล่า

จากบรรดาตัวละครทั้งหมด ใครเหมือนคุณมากที่สุด

มันมีทฤษฎีอยู่ว่านักเขียนมักจะใส่ความเป็นตัวเองลงในตัวละครที่เค้าแต่ง ซึ่งหมายความว่าฉันนี่จะต้องเป็นคนที่มีปัญหามากแน่ๆ [หัวเราะ] ฉันไม่รู้ว่าฉันมีตัวละครทั้งหมดกี่ตัว แต่รู้ว่ามันเกือบๆ 200 เพราะฉะนั้นฉันมีปัญหาจริงๆ แน่ๆ Hermione คล้ายกับฉันตอนเด็กๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจแต่งให้เค้าออกมาเหมือนฉัน แต่เค้าออกมาคล้ายกับฉันพอสมควร Hermione เหมือนเป็นฉบับขยายเกินความจริงของตัวฉันตอนเด็กๆ Harry ก็มีส่วนที่เหมือนฉัน ถ้าเอา Harry, Ron กับ Hermione มารวมกันก็คงนั่นแหละ ตัวฉัน ฉันรู้สึกว่ามันง่ายในการที่เขียนเป็นเค้าสามคน แล้วนั่นก็คงเป็นเพราะทั้งสามเป็นเหมือนบุคลิกแต่ละส่วนของฉัน แต่บางตัวละครอย่าง Dolores Umbridge นี่ไม่มีทางเลย ไม่ใช่ฉันแน่นอน เค้าเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจมาก

ผู้พิทักษ์ของ Dumbledore เป็นรูปตัวอะไร

เป็นคำถามที่ดีมาก มีใครทายได้มั้ย เธอได้คำใบ้ไปแล้วนี่ มีเสียงกระซิบมาจากทางนั้น โอเค มันคือ Pheonix ซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนของ Dumbledore ได้ดีมากด้วยเหตุผลที่ฉันว่าพวกเธอก็คงเดาออก

หนังสือเล่มเจ็ดจะมีชื่อว่าอะไร

ฉันว่าต้องมีคนเตรียมให้เธอมาถามฉันแน่ๆ [หัวเราะ] ฉันเคยโดนหลอกถามเหมือนกันมาแล้วในรายการสัมภาษณ์สดของอเมริกา ตอนก่อน Order of the Phoenix ฉันอุตส่าห์อุบไว้ไม่บอกนักข่าวไหนทั้งสิ้น แล้วเด็กผู้ชายคนนึงเหมือนเธอเลยก็ยกมือแล้วถามฉัน “หนังสือเล่มต่อไปชื่อว่าอะไรครับ” แล้วฉันก็ตอบ “Harry Potter and the Order of the Phoenix”!! แต่คราวนี้ฉันไม่หลงกลแล้วหล่ะ เพราะฉะนั้นฉันจะยังไม่บอก เสียใจด้วยนะจ๊ะ พวกเธอไม่รู้กันหรอกว่าฉันจะต้องเจอปัญหาอะไรบ้างถ้าฉันบอกไป ตัวแทนของฉันจะต้องตามล่ามาฆ่าฉันแน่ เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ตอบหล่ะ

ทำไม Harry ถึงรู้สึกว่าบาร์แมนใน Hog’s Head นั้นคุ้นๆล่ะคะ เค้าเป็นพี่น้องกับ Dumbledore รึเปล่า

อู้ว พวกเธอชักเก่งขึ้นเยอะแล้ว ทำไมถึงคิดว่าเค้าเป็น Aberforth ล่ะ (คนดูคนนึงตอบ: คำใบ้ อย่างเค้ามีกลิ่นเหมือนชีสที่ทำจากนมแพะ แล้วก็เค้าหน้าตาคล้าย Dumbledore ) ฉันต้องบอกว่าฉันภูมิใจกับคำใบ้นั้นมากเลยหล่ะ ฉันจะพูดแค่นี้ [หัวเราะ] ก็ใช่น่ะสิ แน่นอนอยู่แล้ว ฉันชอบคำใบ้เกี่ยวกับชีสแพะนะ ฉันนั่งขำกับตัวเองตอนเขียน

คุณรู้สึกยังไงกับหนังที่ทำออกมาทั้งหมด

ฉันชอบนะ จากทั้งสามเรื่องฉันชอบ Prisoner of Azkaben มากที่สุด ฉันว่ามันออกมาดีมาก ด้วยหลายๆ เหตุผล ฉันว่า Alfonso Cauron ที่เป็นผู้กำกับนั้นทำงานออกมาได้ดีมาก แล้ว Dan, Emma กับ Rupert ที่เล่นเป็น Harry, Hermione และ Ron ก็ดี ทั้งสามคนดูดีมากในเรื่องนี้ ฉันบอกพวกเค้าไปแล้ว

คุณคิดชื่อน้ำยาแปลกๆ พวกนี้ขึ้นมายังไง

บางครั้งความช่างคิดช่างประดิษฐ์มันก็หมดได้เหมือนกันนะ อย่างตอนที่ฉันเขียนบทล่าสุดของ Half Blood Prince แล้วฉันต้องการชื่อยาใหม่ ฉันนั่งหน้าแป้นพิมพ์อยู่สิบนาทีแล้วก็พิมพ์ “X” แล้วก็คิดว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาใหม่ แต่บางทีชื่อมันก็มาหาเอง ซึ่งมันให้ความรู้สึกที่ดีมาก เวลาที่ไม่เป็นอย่างนั้นก็ยากหน่อยต้องควานทุบสมองเค้นมันออกมา บางครั้งความคิดมันก็โผล่มาตอนล้างจาน หรือเข้าห้องน้ำ สามีฉันชินแล้วหล่ะกับการที่ฉันอยู่ดีๆ ก็ “เดี๋ยว” แล้วก็วิ่งขึ้นบันไดไปจดอะไรลงกระดาษ

ในเวลาว่างคุณทำอะไรคะ

ฉันไม่มีเวลาว่าง [หัวเราะ] เวลาที่ไม่เขียนหนังสือหรือดูแลลูกฉันก็อ่านหนังสือหรือไม่ก็นอน พูดตามตรงนะตอนนี้การนอนนี่เป็นสิ่งที่ฉันชอบทำมากที่สุดในโลกเลย ฉันรู้ว่ามันเป็นคำตอบที่แย่มาก ฉันก็อยากจะพูดได้นะว่าเวลาว่างฉันไปปาร์ตี้กับ Mick Jagger แต่นั่นก็เป็นการโกหกเพราะฉันไม่ได้อยากปาร์ตี้กับ Mick Jagger แต่อย่างน้อยมันก็จะเป็นคำตอบที่น่าสนใจกว่าจริงมั้ย

ใครเป็นตัวละครตัวแรกที่คุณสร้างขึ้นมา

Harry เค้าเป็นเรื่องทั้งหมดนี่ เนื้อเรื่องทั้งหมดคือ อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของ Harry ทุกอย่างแยกขยายออกมาจากเค้า เค้าคือใจกลางของเรื่องทั้งหมด เริ่มจาก Harry แล้วฉันก็ให้พ่อแม่กับเค้า ให้ Hogwarts ให้เพื่อนเค้าแล้วโลกของพ่อมดแม่มดมันก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีเค้าเป็นจุดเริ่มต้น

Hermione มีพี่น้องมั้ยคะ

ไม่มีหรอก ตอนที่ฉันสร้าง Hermione ขึ้นมาตอนแรก ฉันให้น้องสาวเค้าคนนึง แต่มันทำให้เขียนยากเพราะน้องสาวเค้าจะไม่ได้ไป Hogwarts เค้าจะต้องเป็นแค่ muggle ธรรมดา มันเป็นส่วนย่อยที่ไม่ได้เข้ากับเนื้อเรื่องหลักซักเท่าไหร่ เค้าไม่ได้มีความสำคัญกับเนื้อเรื่อง ฉันเลยจงใจเก็บครอบครัวของ Hermione ไว้ในพื้นหลัง พวกเธอจะเจอกับครอบครัวของ Ron เยอะมาก ฉันก็เลยตัดสินใจว่าจะให้ตรงข้ามกัน เก็บครอบครัว Hermione ไว้เงียบๆ พ่อแม่ของ Hermione เป็นหมอฟันทั้งคู่ พวกเธอก็รู้กันแล้ว พวกเค้าค่อนข้างแปลกใจกับการที่ ลูกสาวเค้ากลายเป็นแม่มดแต่ก็ภูมิใจด้วย

Harry มีแม่อุปถัมภ์มั้ยคะ ถ้ามีเราจะได้เจอเค้ามั้ยในหนังสือเล่มต่อๆ ไป

ไม่มีค่ะ ฉันคิดดูแล้ว ถ้า Sirius แต่งงาน....Sirius มัวแต่พยศ ไม่มีเวลาไปแต่งงานกับเค้าหรอก ตอน Harry เกิดเป็นเวลาเดียวกับที่ Voldemort มีอำนาจสูงสุด เพราะฉะนั้นพิธีตั้งชื่อของเค้าจะต้องทำอย่างรีบๆ เงียบๆ มีแค่ Sirius เพื่อนสนิทที่สุดเท่านั้น ตอนนั้นครอบครัว Potter จะต้องหลบซ่อน เพราะฉะนั้นเค้าจะจัดงานใหญ่โตเชิญแขกมาเยอะไม่ได้ เพราะฉะนั้นเลยมี Sirius มาคนเดียว ฉันต้องระวังคำพูดมากนะเนี่ย

ถ้าคุณมีโอกาสเป็นตัวละครตัวไหนก็ได้วันนึง คุณจะเลือกเป็นใคร

ไม่ใช่ Harry แน่นอนเพราะฉันไม่อยากจะต้องทนฝ่าฟันสิ่งที่เค้าต้องทน ฉันรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเค้า เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่ฉันอยากจะเป็นเค้า ตามตอนนี้ฉันไม่อยากเป็นใครซักคนเพราะชีวิตชักจะมีอุปสรรคมากมาย มันคงสนุกดีถ้าได้เป็น Peeves สร้างเรื่องวุ่นวายตลอดแล้วก็ไม่ต้องใส่ใจอะไร

Ron กับ Hermione จะเป็นแฟนกันมั้ย

เอ่อ...[หัวเราะ] คิดว่ายังไงล่ะ (คนดู: ฉันว่าจะเป็น) ฉันจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉันพูดไม่ได้หรอก ฉันว่าจนป่านนี้ฉันให้คำใบ้ไปตั้งเยอะแล้ว ฉันจะพูดแค่นี้แหละ

คุณอยากเป็นนักเขียนมาตลอดเลยรึเปล่า

ใช่ ฉันรู้ว่าฉันอยากเป็นนักเขียนตั้งแต่ตอนหกขวบเพราะฉันเริ่มเขียนตั้งแต่ตอนนั้น มันเป็นงานเขียนอันชาญฉลาดมากเกี่ยวกับกระต่ายที่ชื่อ “Rabbit” ฉันเอาไปให้แม่ดูแล้วคุณแม่ก็บอกว่า “ดีมากจ๊ะ” อย่างที่แม่ทุกคนจะบอก “เยี่ยมมาก” ฉันยีนอยู่ตรงนั้นแล้วก็คิดว่า “งั้น ก็เอาไปตีพิมพ์สิคะ” อาจจะแปลกไปหน่อยสำหรับเด็กอายุหกขวบ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาจากไหน ฉันคิดแต่ว่า “เอาสิ ถ้ามันดีจริงก็ยืนยันสิ พิมพ์สิ” ไม่มีใครในครอบครัวฉันที่อยากเป็นนักเขียน น้องสาวฉันเขียนจดหมายตลกๆ แต่ส่วนมากมันไม่ยาวมาก แค่ย่อหน้าเดียว เค้าไม่เขียนต่ออย่างที่ฉันเขียน

บอกเกี่ยวกับ Rita Skeeter เพิ่มหน่อยครับ

ฉันชอบ Rita มากๆ รู้มั้ยตอนที่ Harry เดินเข้าไปในร้านหม้อใหญ่รั่วครั้งแรกใน Philosopher’s Stone แล้วทุกคนบอกว่า “เค้ากลับมาแล้ว” แล้ว Harry ก็ได้รู้ว่าเค้ามีชื่อเสียงในโลกพ่อมด ในฉบับร่างแรกๆ Rita อยู่ที่นั่นด้วยแล้วก็วิ่งไปหา Harry แต่ตอนนั้นเค้ายังชื่อ Bridget อยู่ ฉันก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม ยังไงก็เถอะเค้าทำให้ Harry ติดอยู่ในร้านหม้อใหญ่รั่วนานแล้วฉันต้องการให้ Harry ออกจากที่นั่น ฉันก็เลยไม่ใส่ Rita ไว้ที่นั่น ตอนที่เขียนเล่มหนึ่งฉันก็วางแผนเรื่องของเล่มอื่นๆ ไปด้วย แล้วในเล่มสี่นั้นก็เป็นเล่มที่ความมีชื่อเสียงเริ่มกลายเป็นภาระของ Harry พอเค้าเริ่มเข้าไปในโลกของบรรดาพ่อมดแม่มดที่กว้างมากขึ้น ฉันก็เลยคิดว่ามันเหมาะมากที่ Rita จะเข้ามา ตอนนั้นเค้าก็ยังชื่อ Briget ฉันไม่รู้ว่ากว่าฉันจะเขียนเล่มสี่ฉันจะได้เจอ Rita หลายคนมาก แล้วหลายคนก็จะคิดว่าฉันเขียน Rita จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉัน แต่นั่นไม่จริงเลย แต่ฉันต้องยอมรับว่าการเขียน Rita นั้นสนุกกว่าการที่ได้เจอบางคนที่ฉันเคยต้องเจอ ที่จริงฉันชอบ Rita นะ เธอน่ารังเกียจมากทางศีลธรรม เธอร้ายกาจมาก แต่ฉันอดชื่นชมความห้าวบึกบึนของเธอไม่ได้ เธอตั้งใจแน่วแน่ในการทำงานมาก Rita จะยังมีบทบาทอีก ฉันสนุกกับการเขียน Rita กับ Hermione มากเพราะเค้าสองคนแตกต่างกันมาก ฉากที่ Hermione, Rita กับ Luna นั่งอยู่ด้วยกันในผับนั้นสนุกมากตอนเขียน ผู้หญิงสามคน แตกต่างกันสิ้นเชิง ความคิดเห็นคนละแนว มีนักข่าวจอมถากถาง มี Hermione ที่ยึดหลักเหตุผล ซื่อตรง เด็กดี แล้วก็มี Luna ซึ่งล่องลอยมาก เพ้อฝัน ฟุ้งซ่าน แต่เยี่ยมมาก สามคนที่อยู่กันคนละวงโคจรมานั่งคุยตกลงกัน ฉันสนุกมากกับการเขียนฉากนี้

คุณคงมีคนมาถามเยอะแยะ พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือ แต่สิ่งที่แปลกที่สุด มีเล่ห์เหลี่ยมที่สุดที่เคยมีคนทำเพื่อเอาข้อมูลจากคุณคืออะไร เคยเผลอบอกไปบ้างมั้ย

เธอเองก็ลับๆ ล่อๆ เหมือนกันนะ มีคำถามประเภท “จะมีหนังสือเล่มที่แปดมั้ย ถ้ามี Harry จะอยู่ในเล่มนั้นมั้ย” มีหลายคำถามที่ฉันตอบไม่ได้ แฟนๆ เก่งนักเรื่องพยายามทำให้ฉันตอบ ฉันต้องตื่นตัวตลอดเวลา ฉันรู้ว่าพวกเธออยากรู้ แต่พวกเธอก็ไม่อยากรู้ด้วยในเวลาเดียวกัน ฉันรู้ว่าพวกเธออยากให้ฉันเล่าทุกอย่างให้เธอฟังแล้วก็ลบความทรงจำเพื่อที่พวกเธอจะได้ไปอ่านหนังสืออีกรอบ ฉันรู้เพราะฉันก็รู้สึกเหมือนกันเวลาที่ฉันชอบอะไรหรือสนุกมีความสุขกับอะไรมากๆ ฉันก็อยากจะบอกทุกอย่างนะ แต่มันจะทำให้พวกเธอหมดสนุก
แต่ฉันจะให้บางอย่างละกัน ไม่งั้นพอจบวันนี้พวกเธอจะหาว่าฉันไม่ได้ให้อะไรเธอเลย มีอยู่สองคำถามที่พวกเธอควรถามฉันแต่ไม่เคยมีใครถามเลย ถ้าเธออยากเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอควรจะคิดถึงสองเรื่องนี้ แล้วมันจะชี้แนวทางของเรื่องให้เธอได้ คำถามแรกคือ “ทำไม Voldemort ถึงไม่ตาย” ไม่ใช่ “ทำไม Harry ถึงรอด” มันอาจโดนถามไปแล้วใน chatroom ทั้งหลาย แต่ไม่เคยมีใครถามฉัน คาถาฆ่าย้อนกลับแต่ทำไม Voldemort ถึงไม่ตาย ในตอนจบของ Globlet เค้าบอกว่าเค้าได้หาวิธีที่จะทำให้เค้าอยู่รอดได้ พวกเธอควรจะคิดว่าเค้าทำอะไรที่ทำให้เค้าไม่ตาย ฉันไม่คิดว่าจะมีใครเดาออก แต่ไม่แน่บางคนอาจจะนึกออกก็ได้ แต่นั่นเป็นคำถามที่พวกเธอควรจะคิดถึงโดยเฉพาะตอนนี้ที่พวกเธอรู้เรื่องคำทำนายแล้ว ฉันจะหยุดพูดแค่นี้ก่อนที่ฉันจะหาเรื่องให้ตัวเอง ส่วนอีกคำถามนึงที่ฉันแปลกใจมากที่ไม่มีใครถามตั้งแต่ Phoenix ออกมา ฉันนึกว่าจะมีคนถาม เอาเถอะ คำถามคือทำไม Dumbledore ถึงไม่ฆ่า Voldemort หรืออย่างน้อยก็พยายามที่จะฆ่าในฉากที่ Ministry of Magic ฉันรู้ว่าฉันพูดมากเกินไปแล้วสำหรับคนที่ยังอ่าน Phoenix ไม่จบ ถึงแม้ Dumbledore จะได้ให้เหตุผลแก่ Voldemort ไป แต่นั่นไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง ตอนที่ฉันถามสามีฉันเกี่ยวกับคำถามนี้ เพราะฉันบอกเค้าว่าฉันจะเอามาบอกพวกเธอ เค้าบอกว่าเพราะ Voldemort รู้ว่าจะมีหนังสืออีกสองเล่ม แปลว่าเค้ากับฉันนี่เข้าใจกันดีนะ จริงมั้ย [หัวเราะ] แต่นั่นไม่ใช่คำตอบ Dumbledore รู้อะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น เอาล่ะ ถ้าใครอยากจะพยายามเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็คิดถึงสองคำถามนี้

แผนที่ Hagrid วางไว้เกี่ยวกับน้องชายเค้าจะประสบความสำเร็จมั้ย

ในทางเล็กน้อยก็พูดได้นะว่าเค้าจะดีขึ้น Grarp เป็นสิ่งที่โง่ที่สุดที่ Hagrid เคยพากลับมาบ้านด้วย จากจำนวนมากมายที่ Hagrid เคยเก็บมาเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น Aragog หรือ Blast-Ended Skewts หรืออย่างอื่นอีกเยอะแยะ Grawp เป็นอะไรที่น่าจะจัดการ Hagrid คาที่ไปแล้ว แต่ก็เหมือนประชดนะ เพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกที่สัตว์ประหลาดจะกลับกลายเป็นสิ่งที่ดีได้ ในเล่มหน้า Grawp จะอยู่ใต้การควบคุมมากขึ้น พวกเธอก็คงเดาได้กันอยู่แล้วจากตอนจบของ Phoenix เพราะ Grawp เริ่มพูดได้นิดหน่อยแล้วก็เริ่มฟังคนแล้ว ไม่ดื้อดุดันเหมือนตอนแรก

Dumbledore ได้แผลเป็นจาก London Underground ได้ยังไง

แล้ววันนึงเธอก็จะรู้ ฉันชอบแผลเป็นอันนั้นมาก

คุณคิดชื่อหนังสือขึ้นมายังไง

บางครั้งมันก็ง่ายนะ ผุดมาจากแนวเรื่องเอง บางทีจะนานเหมือนกัน พยายามนั่งคิด Harry Potter and the Chamber of Secrets ที่จริงมีสองชื่ออย่างทีพวกเธอก็รู้กันแล้วคือมันเคยชื่อว่า Harry Potter and the Half Blood Prince แต่ตอนหลังฉันย้ายโครงเรื่องของ Half Blood Prince ออกหมดมันก็เลยใช้ชื่อนั้นไม่ได้ ที่ฉันต้องย้ายเพราะไม่งั้นฉันจะให้ข้อมูลพวกเธอเร็วเกินไป ฉันเลยดึงมันมาไว้ในเล่มหกแล้วมันก็เลยกลายเป็นส่วนหลัก ไม่ใช่ส่วนเดียวของเล่มหก เนื้อเรื่องของ Prince ไม่เหลืออยู่ใน Chamber เลย หลายคนคิดว่าเล่มหกจะเป็นส่วนที่เกินมาจากเล่มสองแต่มันไม่ใช่

หนูเสียใจมากเลยตอนที่ Sirius จากไป

ไม่ ไม่ ไม่ได้ เราจะคุยเรื่องนี้กันทีหลัง ฉันว่าาเราเผยมากเกินไปแล้ว แต่ไม่เป็นไร

เมื่อไม่นานมานี้เราได้รับการยืนยันว่า Blaise Zabini นั้นเป็นผู้ชาย เราจะได้เจอเค้าอีกมั้ย

ใช่ถูกแล้ว ได้เจอ

แล้ว Snape ล่ะคะ จะได้เจออีกมั้ย

เธอจะได้เจอ Snape อีกเยอะ เพราะเค้าเป็นตัวละครที่เยี่ยมมาก ฉันไม่แน่ใจว่าควรจะพูดมั้ยว่าฉันรักเค้าล่ะ (คนดู: ฉันรักเค้าค่ะ) จริงหรอ นี่เป็นเรื่องน่าห่วงมากเลยนะเนี่ย เธอกำลังคิดถึง Alan Rickman หรือ Snape กันแน่ [หัวเราะ] นี่ไม่ใช่ชีวิตจริงหรอกหรอ ฉันสร้างฮีโร่ขึ้นมา Harry แล้วเค้ามีชีวิตขึ้นมาบนจอหนัง Harry ที่สมบูรณ์แบบ เพราะ Dan เหมือน Harry ที่ฉันคิดไว้มาก เสร็จแล้วสาวๆ ต่ำกว่า 15 ทั้งหลายชอบใคร Tom Felton ที่เล่นเป็น Draco Mulfoy สาวๆ จ๋า เลิกชอบวายร้ายกันได้แล้ว หาผู้ชายที่ดีๆ เถอะ ฉันใช้เวลาตั้ง 35 ปีกว่าจะได้เรียนรู้ข้อนั้น แต่ฉันจะสอนให้ฟรีๆ เลยในตอนนี้ที่พวกเธอเพิ่งเริ่มที่จะมีความรัก

ในเล่มห้า Harry เห็น Thestrals แล้วคุณล่ะเห็นมั้ย

เห็นสิ แน่นอนเลย คำถามดีมากนะเพราะมันทำให้ฉันได้พูดถึงเรื่องที่มีคนเขียนจดหมายมาถามเยอะมาก หลายคนบอกว่า Harry เคยเห็นความตายก่อนที่เค้าจะเห็น Thestrals ในเล่มห้า ฉันขอบอกว่านั่นไม่จริง ฉันไม่ได้เขียนผิด ถ้าฉันเขียนผิดจริงฉันจะเป็นคนแรกที่พูด แต่อันนี้ไม่ใช่ Harry ไม่ได้เห็นการตายของพ่อแม่เค้าเพราะตอนนั้นเค้าเพิ่งขวบนึงแล้วก็อยู่ในเปล แต่เธอคงไม่ได้เห็นฉากนั้นเพราะฉันเขียนแล้วแต่ตัดมันออกก่อนตีพิมพ์ เค้าไม่ได้เห็นความตาย เค้ายังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจมัน ถ้าเธอรู้เกี่ยวกับ Thestrals เธอจะรู้ว่าเธอจะเห็นมันได้ก็ต่อเมื่อเธอได้รับรู้และเข้าใจความหมายของความตายเท่านั้น บางคนบอกว่า Harry เห็น Quirrell ตายใน Philosopher’s Stone แต่นั่นก็ไม่จริงอีกเพราะ Harry หมดสติไปก่อนที่ Quirrell จะตาย Harry ไม่ได้รู้ว่า Quirrell ตายเพราะ Voldemort ออกจากร่างเค้า จนหลังจากเค้าฟื้นขึ้นมาแล้ว Dumbledore เล่าให้ฟัง ส่วน Cedric อันนี้จริงอยู่ Harry เห็นการตายของ Cedric ก่อนที่เค้าจะขึ้นรถเลื่อนไปสถานีรถไฟ Hogmeade ตอนปลายปี ฉันคิดแล้วเพราะฉันรู้ตั้งแต่ต้นว่าอะไรคือสิ่งล่องหนที่ลากรถเลื่อนพวกนี้จาก Chamber of Secrets ฉันรู้มาตลอดว่าอะไรอยู่ตรงนั้น ฉันตัดสินใจว่ามันแปลกที่จะทำให้ Harry เห็นพวกมันในตอนจบของเล่มสี่ เพราะใครที่เคยเสียคนที่รู้จักไปจะรู้ว่า มันต้องใช้เวลาก่อนที่เราจะเข้าใจจริงๆ ว่าเค้าจากเราไปแล้วและจะไม่มีวันกลับมา จนกว่า Harry จะเข้าใจถึงจุดนั้นฉันไม่คิดว่าเค้าจะเห็น Thestrals ซึ่งทำให้เค้าเพิ่งเห็นพวกมันตอนกลับไป Hogwarts อีกทีในตอนต้นของเล่มห้า ซึ่งก็เข้ากับบรรยากาศที่มืดลงของเล่มห้าด้วย

นอกจาก Harry แล้ว ตัวละครอีกตัวที่ฉันชอบมากก็คือ Snape เพราะเค้าเป็นคนที่ค่อนข้างซับซ้อน ฉันชอบเค้ามาก เค้าเห็น Thestrals มั้ยคะ แล้วถ้าเห็นทำไม แล้วก็เค้าเป็นพ่อมดเลือดบริสุทธิ์รึเปล่าคะ

มีคำใบ้เกี่ยวกับบรรพบุรุษของ Snape อยู่ เค้าเป็นผู้เสพความตาย เพราะฉะนั้นเค้าไม่ได้มาจากครอบครัว muggle แน่นอน เพราะพ่อมดแม่มดที่มาจากครอบครัว muggle นั้นเป็นผู้เสพความตายไม่ได้ นอกจากบางกรณีพิเศษเท่านั้น เค้าเห็น Thestrals ได้ ในความคิดของฉันผู้ใหญ่แทบทุกคนใน Hogwarts มองเห็น Thestrals เพราะในชีวิตเราทุกคนต้องสูญเสียใครบางคนไปแล้วเราก็เค้าใจว่าความตายมันหมายความว่ายังไง แต่เธอต้องไม่ลืมว่า Snape เป็นผู้เสพความตาย เพราะฉะนั้นเค้าจะได้เห็นสิ่งที่...ทำไมเธอถึงรักเค้าหล่ะ ทำไมใครๆ ก็รัก Snape ฉันไม่เข้าใจ โรคชอบวายร้ายใช่มั้ย น่าเศร้าจริงๆ เลย [หัวเราะ] เพื่อนสนิทของฉันคนนึงไปดูหนังมาแล้วถามฉันว่า “รู้มั้ยว่าใครหล่อมากๆ” ฉันถามเค้าว่าใคร เค้าบอก “Lucius Malfoy!”

มีอะไรในตัวดัดลีย์มากกว่าที่เห็นหรือเปล่า?

ไม่ค่ะ [หัวเราะ] สิ่งที่คุณเห็นคือสิ่งที่คุณได้รับ ฉันดีใจที่จะบอกว่าเขาเป็นตัวละครที่ไม่มีเบื้องหลังมากมายอย่างแน่นอนค่ะ เขาก็แค่ดัดลีย์ ในหนังสือเล่มต่อไป Half Blood Prince จะเป็นเล่มที่คุณเห็นพวกเดอร์สลีย์น้อยที่สุด คุณเห็นพวกเขาค่อนข้างจะสั้น คุณจะเห็นพวกเขามากขึ้นอีกนิดในเล่มสุดท้าย แต่คุณจะไม่ได้เจอดัดลีย์มากนักหรอกในเล่มหก—ไม่กี่บรรทัดเท่านั้นละค่ะ ฉันต้องขอโทษถ้ามีแฟนๆดัดลีย์อยู่แถวนี้นะคะ แต่ฉันคิดว่าคุณคงต้องมองดูสิ่งที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุดแล้วล่ะค่ะ ถ้าเป็นดัดลีย์ที่คุณคอยจะพบ [หัวเราะ]

แผนเดิมของหนังสือทั้งเจ็ดเล่มเปลี่ยนระหว่างทางบ้างหรือเปล่า?

เปลี่ยนค่ะ แต่แค่รายละเอียดเท่านั้นแหละ โดยประเด็นหลักๆแล้วมันเหมือนเดิมค่ะ และตอนจบก็จะเป็นเหมือนกับที่ฉันวางแผนมาก่อน 1997 ไม่ผิดเพี้ยน เนื้อเรื่องมีการหักมุมที่บางทีฉันอาจจะไม่ได้คาดคิด แต่เราก็ยังคงอยู่ในเนื้อเรื่อง หนังสือแต่ละเล่มได้โดยรวมทำหน้าที่ที่มันสมควรจะทำในการนำคุณสู่บทสรุปสุดท้ายค่ะ

มีภาษาละตินอยู่ในหนังสือคุณตั้งเยอะ คุณพูดละตินหรือเปล่า?

พูดค่ะ ที่บ้านฉันเราคุยกันเป็นละติน [หัวเราะ] หลักๆเลย ถ้าต้องการพักๆบ้างละก็ เราจะพูดกรีกนิดหน่อยค่ะ ภาษาละตินของฉันใช้อะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่น่ะค่ะ อย่างน้อยก็เรื่องพูดล่ะ แต่ว่านั่นไม่สำคัญสักเท่าไหร่เพราะว่าคาถาเก่าๆจะเป็น cod Latin (cod Latin คือ Latin แบบคิดขึ้นเองค่ะ คือมั่วบ้างแต่งคำขึ้นเองบ้าง ไม่ใช่ลาตินแท้) —ส่วนผสมตลกๆของภาษาแปลกๆกลายมาเป็นคาถา นั่นคือการที่ฉันใช้มันค่ะ บางครั้งบางคราวที่คุณจะเดินมาสะดุดกับอะไรสักอย่างในละตินของฉันที่เกือบจะโดยบังเอิญถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ แต่นั่นก็หายากเลยล่ะค่ะ ข้อแก้ตัวของฉันก็คือ ละตินแปลกอย่างจงใจเลยล่ะค่ะ ละตินสมบูรณ์แบบไม่ใช่วิธีที่วิเศษนักไม่ใช่เหรอ? มีใครรู้บ้างว่า avada kedavra มาจากไหน? มันเป็นคาถาเก่าแก่ใน Aramaic (ภาษาอาหรับของประเทศรัสเซียและปาเลสไตน์) และมาจากคำว่า abracadabra ซึ่งหมายถึง “ให้สิ่งนั้นถูกทำลาย” โดยดั้งเดิมแล้ว มันถูกใช้บำบัดความเจ็บป่วย และ”สิ่งนั้น”ก็คือความเจ็บป่วย แต่ฉันตัดสินใจที่จะทำให้ “สิ่งนั้น” คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ฉันใช้เสรีภาพเยอะเลยเกี่ยวกับอะไรแบบนั้น ฉันเปลี่ยนมันไปมาแล้วก็ทำให้มันเป็นคำของฉัน

จะมีหนังสือเกี่ยวกับพ่อแม่ของแฮร์รี่หรือไม่ เกี่ยวกับว่าพวกเขามาเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร และตายอย่างไร?

มันก็จะเป็น “Harry Potter: Episode One” สินะคะ [หัวเราะ] ไม่ค่ะ แต่มีหลายคนเลยที่ถามแบบนั้น ทั้งหมดเป็นความผิดของGeorge Lucas ค่ะ พวกคุณไม่ต้องการการนำเรื่องเมื่อเวลาที่ฉันทำเสร็จหรอกค่ะ คุณจะรู้อย่างเพียงพอ ฉันคิดว่ามันเป็นการหาประโยชน์ใส่ตอนอย่างน่าอายที่จะทำแบบนั้น ฉันมั่นใจว่า Mr.Lucas ทำอย่างนั้นเพียงเพื่อเหตุผลทางศิลปะ แต่ในกรณีของฉัน ฉันคิดว่าเวลาที่คุณมีเล่มเจ็ดอยู่ในมือคุณจะรู้ทุกอย่างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับเรื่อง

ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ หรือทอม ริดเดิ้ล เคยแคร์หรือรักใครบ้างไหม?

เอาล่ะ นั่นเป็นคำถามจบที่ปราดเปรื่องมาก—ดีมากๆค่ะ ไม่เคยหรอกค่ะ [หัวเราะ] ถ้าเขาเคย เขาจะไม่สามารถเป็นอย่างที่เขาเป็นในตอนนี้ได้เลย คุณจะรู้อะไรเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกเยอะค่ะ มันเป็นคำถามที่ดีนะคะ เพราะว่านั้นนำเราไปสู่ Half Blood Prince ได้อย่างแยบยลเลยล่ะ ถึงแม้ว่าฉันจะพูดซ้ำเป็นครั้งที่ล้านแล้วว่าโวลเดอร์มอร์ไม่ใช่ Half Blood Prince ซึ่งเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากคิด เขาไม่ใช่อย่างแน่นอน

ขอบคุณสำหรับคำถามที่วิเศษค่ะ [ปรบมือ]

Lindsey Fraser : นั่นเป็นคำถามที่ยอดเยี่ยมมากอย่างแท้จริงค่ะ และฉันคิดว่าพวกคุณคงเห็นด้วยว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่วิเศษจริงๆ โปรดขอบคุณ J.K.Rowling ร่วมกับฉันค่ะ

แปลโดย :: Memome & PeaRtoNy [MuggleThai.com] | Source :: JKRowling.com



FastCounter by bCentral

Mugglethai.com is in no way related to J.K. Rowling, Scholastic Books, Carlsen Verlag, Bloomsbury Publishing or Warner Bros. All images and material related to the J.K. Rowling novels is © Scholastic Books (US), Carlsen Verlag , and Bloomsbury Publishing (UK). All pictures property of original owners. All altered images property of respective owners All material related to the "Harry Potter" films is © Warner Bros . Created by TeDdY June 2002 ** Enjoy the site and come back soon!! **