• A R C H I V E S
News Archives
Polls Archives
• T H E  B O O K S
• J K  R O W L I N G
Biography
Photographs
Contact Her
Interviews
Links
• J K  R O W L I N G  D O T  C O M
• M O V I E S
• I N T E R V I E W S
Main Interviews
• M U L T I M E D I A
• F A N S  C O R N E R
English with Harry Potter
Competitions
Fan Fiction
Fan Art
Webboard
• T H E  S I T E
About MuggleThai
Past Layout
In The News
MuggleThai Staff
MuggleThai Gallery
Competitions
Support Us
Copyright
Awards
Credit
Links / Link to Us
Guestbook
Contact Us
• T O P  A F F I L I A T E S
  • View All | Become One ?
  • • s i t e  s t a t s
     
    • Harry Potter and the sorcerer's stone

    แดเนียล แรดคลิฟฟ์ รับบทเป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์

    หนุ่มน้อยวัย 12 ปี แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ( Daniel Radcliffe ) รับบทเป็นแฮร์รี พอตเตอร์ จากเด็กจำนวนพัน ๆ คนที่เข้าทดสอบ เพื่อรับบทที่จะแจ้งเกิดได้อย่างสุด ๆ กับบทนี้ และก็เป็นอย่างที่ผู้กำกับคริส โคลัมบัสกล่าวไว้ " ตอนที่แดเนียลเดินเข้ามาในห้อง เราทุกคนเห็นพ้องต้องกันทันที ว่าเราได้ตัวแฮร์รี่แล้ว"

    แดเนียลเริ่มปรากฎตัวบนจอภาพยนตร์ครั้งแรก เมื่อเดือนธันวาคม ปี 1999 ด้วยการรับบทเป็นเดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ สมัยเด็ก ในผลงานโทรทัศน์ของ BBC เรื่อง David Copperfield ภาพยนตร์ดรามาโดยฝีมือกำกับของไซมอน เคอร์ติส โดยมีแมกกี้ สมิธ และโซ เวนาเมเกอร์ ร่วมแสดง ซึ่งนักแสดงทั้งสองคนนี้ยังร่วมแสดงกับแดเนียลใน Harry Potter จากบทของ ศาสตราจารย์แมกกอนากัล และมาตามฮูช ตามลำดับ ก่อนหน้านี้ที่จะมาแสดงใน Harry Potter แดเนียลเริ่มต้นการแสดงครั้งแรกโดยการรับบทเป็นลูกชายของเจมี ลี เคอร์ติส และเจฟฟรีย์ รัช ใน The Taillor of Panama

    นอกเหนือจากที่แดเนียลจะเป็นแฟนตัวยงของทีมฟุตบอลฟูแล่มแล้ว เขายังตามดูการแข่งขันมวยชิงแชมป์โลก (World Wrestling Federation ) และการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (Formula One Racing) ด้วย


    รูเพิร์ต กรินต์ รับบทเป็น รอน วีสลีย์

    นักแสดงหน้าใหม่รูเพิร์ต กรินต์ (Rupert Grint) วัย 12 ปี รับบทเป็นรอน วีสลีย์ รอนนับเป็นเด็กที่อายุมากที่สุดในบรรดาตัวละครเด็กทั้ง 5 คน เขาแสดงละครของโรงเรียนและเข้าร่วมกับกลุ่มละครเวทีท้องถิ่นด้วย ผลงานเรื่องที่ผ่านมาของเขาก็คือ การรับบทเป็นรูสเตอร์ อันธพาลจอมเกเรใน Annie รวมถึงการร่วมแสดงใน Peter Pan ด้วย ส่วนงานของโรงเรียนนั้น เขาแสดงเป็นรัมเปิลสติลท์กินใน Grimm Tales เช่นกัน รูเพิร์ตเข้ารับการทดสอบบท รอน วีสลีย์ใน Harry Potter หลังจากที่ผู้กำกับฝ่ายคัดเลือกนักแสดงได้ประทับใจกับบทบาทการแสดงของเขา ใน Newsround รายการทางโทรทัศน์ของ BBC


    เอมมา วัตสัน รับบทเป็น เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์

    สาวน้อยวัย 10 ขวบ เอมมา วัตสัน (Emma Watson) รับบทเป็น เฮอร์ไมโอนี แกรนเจอร์
    ซึ่ง Harry Potter นับเป็นการเปิดตัวในโลกแห่งการแสดงเป็นครั้งแรกของสาวน้อยคนนี้ แม้ว่าแววการแสดงของเธอจะฉายแสงตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก ด้วนการร่วมแสดงในกิจกรรมของโรงเรียนมาไม่น้อยแล้วก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงละครของโรงเรียนเป็นครั้งแรก ก็ยังได้ออกแสดงที่ประเทศฝรั่งเศส และเมื่ออายุได้ 7 ขวบ เอมมาก็ได้รับรางวัลการอ่านทำนองเสนาะในงาน Daisy Pratt Poetry Competition จากโรงเรียนของเธอเองอีกด้วย จากนั้น เธอก็มีงานแสดงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการรับบทเป็นมอร์แกน ลา เฟย์ ในละครของโรงเรียนเรื่องArthur : The Young Years และเป็นหนึ่งในตัวละครนำใน The Happy Prince

    เอมมาเป็นหนึ่งในทีมผู้เล่นฮ็อกกี้และราวน์เดอร์ส (เบสบอลสนามกลม) และชอบเข้าร่วมกิจกรรมทุกรูปแบบของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการโต้ที การพายเรือ ชักเย่อ หรือแม้แต่การร้องเพลงบนรถโรงเรียนก็ตาม


    ทอม เฟลตัน วัย 13 ปี รับบทเป็น เดรโก มัลฟอย

    เขาอยู่ในวงการแสดงมาเป็นเวลาถึง 6 ปีมาแล้ว โดยมีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรก ด้วยการรับบทเป็นพีกรีน ในภาพยนตร์ ปี 1996 ของ ปีเตอร์ ฮูวิตต์ ส่วนผลงานเรื่องล่าสุดนั้น เขาแสดงเป็นหลุยส์ ลูกชายของโจดี ฟอสเตอร์ ใน Anna & the king เฟลตัน เคยร่วมแสดงในซีรีส์ทางโทรทัศน์ยอดนิยมของอังกฤษ 2 เรื่องด้วยกัน คือ Bugs ซึ่งเขาแสดงเป็นเจมส์ และร่วมแสดงกับคลิฟ โอเวน ใน Second Sight ด้วยการรับบทเป็น โธมัส อิงแฮม นอกจากนี้ เขายังร่วมแสดงในละครทางวิทยุของ BCC Radio 4 อีก 2 เรื่อง คือ แสดงเป็นลอธ ใน The Wizard of Earthsea และเป็นเฮอร์คิวลี ใน Here's to Everyone

    ทอมเริ่มเป็นที่จับตามองครั้งแรกในปี 1995 เมื่อเขาปรากฏตัวในภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ยอดฮิตหลายเรื่องด้วยกัน และนอกเหนือจากการเป็นนักแสดงวัยเยาว์ที่มีความสามารถแล้ว ทอมก็ยังเป็นนักร้องเสียงดีอีกต่างหาก เขาเคยเป็นสมาชิกคนหนึ่งในวงร้องประสานเสียง 4 คน ทั้งที่โรงเรียนและที่โบสถ์ รวมถึงได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมคณะนักร้องที่ Guildford Cathedral Choir ด้วย ทอมยังมีความสามารถด้วยกีฬาอีกเช่นกัน เขาสนุกสนานกับทั้ง ฟุตบอล ไอซ์สเกต คริกเกต ว่ายน้ำ และเทนนิส


    แฮร์รี่ เมลลิง (Harry Melling) วัย 12 ปี แสดงเป็น ดัดลีย์ เดอร์สลีย์

    ซึ่งการแสดงเป็นดัดลีย์นั้น นับเป็นการแสดงอาชีพอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกของแฮร์รี่
    เลยทีเดียวแม้ว่าทั้งความรักและความสามารถด้านการแสดงจะฉายแววออกมาตั้งแต่อายุได้
    ้เพียง 4 ขวบก็ตาม ด้วยการเริ่มแสดงภายในครอบครัวของเขาเอง และเมื่ออายุได้ 5 ขวบ เขาก็เรียนในชั้นเรียนเช้าวันเสาร์ที่โรงเรียน The Sue Nieto Theatre School อายุได้ 9 ขวบ เขาก็เข้าเป็นสมาชิกคนหนึ่งของ Millfield Thea tre Youth Drama Group และร่วมแสดงในละครเพลงต้นฉบับของ รอเบิร์ต ฮีย์แมน เรื่อง House และ Y3K ไม่เป็นที่น่าแปลกในเลยว่า ความรักในการแสดงของแฮร์รีนั้นเกิดขึ้นจากพันธุกรรมโดยแท้ เมื่อคุณตาของเขา แพทริก ทรัฟตัน เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากแสดงเป็น Dr.Who ส่วนลุงของเขา เดวิด ทรัฟตันนั้น ก็เป็นนักแสดงนำของ RSC และลุงอีกคน ไมเคิล ทรัฟตัน ก็มีชื่อเสียงจากบทยาทของ เพียร์ส เฟลตเชอร์ เดอร์วิช ใน The New Statesman เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีลูกพี่ลูกน้อง แซม ก็เพิ่งเริ่มต้นเส้นทางอาชีพสายนี้กับ RSC ส่วนคุณแม่ของเขาเป็นอิลลัสเตรเตอร์ เช่นเดียวกับพ่อ (ที่เป็นอิลลัสเตรเตอร์เช่นกัน) ก็ทำงานเกี่ยวกับภาพยนตร์การ์ตูนอีกด้วย

    นอกเหนือไปจากความรักที่มีต่อละครเวทีและภาพยนตร์แล้ว แฮร์รียังชอบตีกลอง ดูมวยปล้ำ
    (WWF) และเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง โดยเฉพาะกับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


    ร็อบบี้ โคลเทรน (ROB BIE COLTRANE) รับบทเป็น รูเบียส แฮกริด

    เขาเป็นนักแสดงภาพยนต์และโทรทัศน์ที่โด่งดังและเป็นที่ยอมรับนับถือในอังกฤษ โดยมีรางวัลจากหลากหลายสถาบันเป็นที่รับประกันในฝีมือ ตลอดการประกอบอาชีพมาเป็นเวลาถึง 20 ปี

    ผลงานการแสดงภาพยนตร์จนถึงปัจจุบันของเขา มีอาทิ ภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ ในตอน The World is Not Enough และ Goldeneye ซึ่งเขารับบทเป็น วาเลนติน ซูคอฟสกี ,Message in a Bottle, Buddy, The Pope Must Die, Henry V, Let it Ride, Absolute Beginners, Defense of the Realm, Mona Lisa and Nuns on the Run ซึ่งส่งให้เขาได้รับรางสวัล Peter Sellers Award For Comedy ในงานประกาศรางวัล Evening Standard British Film Award เมื่อปี 1991 ด้วยโคลเทรน อาจเป็นที่รู้จักจดจำได้ในบทของ "ฟิตช์" จากซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมในหลาย ๆ ประเทศ เรื่อง Cracker ซึ่งประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลไปครองมากมายรวมถึง รางวัลจาก BAFTA สาขาซีรีส์ดรามายอดเยี่ยม ในปี 1996 รางวัล Royal Television Society Award สาขาละครดรามายอดเยี่ยม ในปี 1996 รางวับจาก Broadcasting Press Guilds Award สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หรือมินิซีรีส์ยอดเยี่ยมเช่นกัน

    โคลเทรนเป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี 1978 ด้วยการออกแสดงใน Slab Boys ซึ่งออกแสดงที่ Traverse Theatre และที่ Hampstead Theatre จนกระทั่งก่อนต้นทศวรรษ 1980 ที่เขาเปิดตัวด้วยการร่วมแสดงในฉากตลกเนความคาดหมาย ทั้ง ใน Alfresco, Kick up the Eighties, Laugh I nearly Paid My Licence Fee และ Saturday Night Live


    ริชาร์ด กริฟฟิธส์ (RICHARD GRIFFITHS) รับบทเป็น เวอร์นอน เดอร์สลีย์

    เขาเป็นนักแสดงที่โด่งดังและมีคนรักมากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ ด้วยการมีผลงานแสดงอย่างต่อเนื่องทั้งภาพยนตร์และโทรทัศน์ เขามีผลงานการแสดงภาพยนตร์มากเกินกว่า 20 เรื่อง แต่น่าจะเป็นที่จดจำได้อย่างมากใน Withnail & I และล่าสุด Sleepy Hollow ของทิมเบอร์ตันผลงานภาพยนตร์เรื่องเด่น ๆ ของเขา มีอาทิ Chariots of Fire, The French Lieutenant's Woman, Ghandi, Greystoke, Gorky Park, A Private Function, Shanghai Surprise, King Ralph, Blame it on the Bellboy, Naked Gun 2, Funny Bones, Superman ll และ Goldeneye เป็นต้น


    ริชาร์ด แฮร์ริส (RICHARD HARRIS) รับบทเป็น ศาตราจารย์ดัมเบิลดอร์

    เขาเป็นนักแสดงระดับตำนานคนหนึ่งในวงการภาพยนตร์เรื่องดังมาแล้วกว่า 70 เรื่องด้วยกัน รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ถึง 2 ครั้งด้วย นอกจากนี้เขายังมีดีกรีเป็นถึงผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับ และนักประพันธ์ด้วย

    ผู้ชมจำนวนมากอาจรำลึกถึงบทบาทการแสดงของเขา ได้จากการรับบทเป็นกษัตริย์ ในภาพยนตร์ของ ริดลีย์ สกอตต์ ที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน Gladiator รวมถึงร่วมแสดงใน The Count of Monte Cristio, The Barber of Siiberia, Smilla's Sense of Snow, Unforgiven, Patriot Games และ The Field ซึ่งส่งให้เขาได้รับการเสนนอชื่อเข้าชิงทั้งรางวัลอคาเดมีวอร์ด และลูกโลกทองคำ การรับบทเป็น กษัตริย์อาเธอร์ ใน Camelot ส่งให้แฮร์ริสได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ ขณะที่ในอีก 3 ปีต่อมา ในปี 1970 เขาก็กลายเป็นนักแสดงที่ถูกกล่าวขานยาวนาน ใน A Man Called Horse ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ มีอาทิ The Hero (หรือ Bloom field) ซึ่งเขาทำหน้าที่กำกับด้วย Echoes oof a Summer ซึ่งเขาอำนวยการสร้างบริหารร่วม The Cassan dra Crossing, Gulliver's Travels, Orca, The Wild Geese และ Mack the Knife เป็นต้น

    นอกจากนี้ แฮร์ริสยังตีพิมพ์หนังสืออีก 2 เล่ม คือนวนิยายเรื่อง Honour Bound และหนังสือรวบรวมบทกวี I in the Membership of my Days


    เอียน ฮารต์ (IAN HART) รับบทเป็น ศาสตราจารย์ควีเรลล์

    นับเป็นนักแสดงวัยหนุ่มที่มีความสามารถอันน่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดคนหนึ่งในรุ่นเดียวกัน เขาแสดงภาพยนตร์มาแล้วกว่า 30 เรื่อง นับตั้งแต่การรับบทเป็นจอห์น เลนนอน ในภาพยนตร์ปี 1993 เรื่อง Backbeat ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวงดนตรี The Beatles โดยผลงานการแสดงครั้งนี้ ก็ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และยังส่งให้เขาได้รับรางรัล London Evening Standard Award ในฐานะนักแสดงดาวรุ่งยอดเยี่ยมอีกด้วย

    จากนั้น เขาก็มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Englishman who went up a Hill และ Clockwork Mice ก่อนจะได้รับบทนำใน Ken Loach's Land and Freedom ของ เคน โลช ซึ่งได้รับรางวัล Felix European Film of the Year Award ปี 1995 ชื่อเสียงของฮาร์ตก็โด่งดังมากยิ่งขึ้น เมื่อเขาได้รับรางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยม ในงานเทศกาลภาพยนตร์เวนิช จากบทบาทของ 'จินเจอร์' ใน Nothing Personal ของ แธดเดียส โอ ซัลลิแวน

    นอกจากนี้ ฮาร์ตยังมีผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขาอีกมาก ได้แก่ Hollow Reed ของ แองเจลา โป๊ป Michael Collins และ The Butcher Boy ของนีลล จอร์ แดน ,B Monkey ของ ไมเคิล แรดฟออร์ด ,Enemy of the State ของโทนี สกอตต์ ,Michael Winter bottom's Wonderland ของไมเคิล วินเทอร์บอต ทอม, The End of the Affair ของนีล จอร์แดน, Strictly Sinatra ของปีเตอร์ คาพัลดี และล่าสุด Liam ของสตีเฟน เฟรียส์ และ Killing me softly ของเฉินไข่เก๋อ

    ฮาร์ต เกิดในปี 1940 เขาเป็นบุตรชายของอาร์โนลด์ เฮอร์เบิร์ต (พระราชาคณะของคริสเตียนของอังกฤษ) จอป์น เฮิร์ต มีชื่อจริงว่า มิสเตอร์โอลลิแวนเดอร์ เขาเข้าเรียนที่ Kent และ Lincoln เขาเป็นนักแสดงละครเวทีแบคณะละครลินคอล์น และเข้าศึกษาต่อที่ St.Martin's School ในกรุงลอนดอน ก่อนจะได้รับทุนการศึกษาไปต่อที่ RADA

    ด้วยบทบาทเป็น "แมกซ์" ใน Midnight Express (1978) และเป็นจอห์น เมอร์ริค ใน The Elephant Man (1980) นั้น ก็ส่งผลให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังยิ่งขึ้น โดยการได้เข้าชิงรางวัลอคาเดมีอวอร์ด ในสาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม และนักแสดงนำยอดเยี่ยมตามลำดับ ผลงานการแสดงภาพยนตร์ของเขา ได้แก่ A Man For All Sea sons; The Field; Scandal; Rob Roy; และ John Boorman's Two Nudes Bathing ของจอห์น บัวร์แมน (ซึ่งได้รับรางวัล Cable Ace Award ปี 1995 จากภาพยนตร์เรื่องหลังนี้ด้วย) ล่าสุด เขาก็ร่วมแสดงในเป็น ด็อกเตอร์ แลนนิส ใน Captain Corelli's Mandolin ซึ่งกำกับโดยจอห์น แมดเดน ด้วย เมื่อไม่นานนี้ เขาเพิ่งเสร็จจากการถ่ายทำ Krappe's Last Tape ซึ่งกำกับโดยอะตอม อิโกยาน และ Tabloid TV ซึ่งกำกับโดยเดวิด แบลร์ ขณะนี้ เขากำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำ Carbon Miranda กำกับโดยมาร์ก มันเดน


    วอร์วิค เดวิส (Warwick Davis) รับบทเป็น ศาสตราจารย์ ฟลิตวิค

    เขาเริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิงด้วยความบังเอิญโดยแท้จริง ย้อนกลับในปี 1981 คุณยายของเขาได้ฟังวิทยุประกาศรับสมัคร คนที่สูงต่ำกว่า 4 ฟุต เพื่อร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Star Wars ตอน Return of the Jedi ซึ่งในเรื่องนั้น เขาได้เล่นเป็น อีวอก วิคเก็ต ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นตัวละครหลักของภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้ไปเลย ปี 1984 หลังจากความสำเร็จอย่างล้นหลามของ Return of the Jedi จอร์จ ลูคัส ก็ได้สร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับอีวอก ขึ้นมาฉายทางโทรทัศน์ช่อง ABC อีก 2 เรื่องด้วยกันนั้นคือ Caravan of courage และ Battle for Endor ในปี 1985 ซึ่งเดวิสเข้ารับบทเดียวกันนั้นในทั้งสองเรื่อง

    ซึ่งปีเดียวกันนั้นเอง ที่เดวิสก็ร่วมแสดงกับเดวิด โบวี ใน Labyrinth ในปี 1987 เดวิดก็ได้รับการติดต่อจาก Elstree Studios ในกรุงลอนดอน เพื่อพบปะพูดคุยกับรอน ฮาวเวิร์ด และจอร์จ ลูคัส เกี่ยวกับภาพยนตร์ใหม่เรื่อง Willow ซึ่งได้มีการเขียนบทให้กับเดวิดโดยเฉพาะด้วย และเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายก็กลายเป็นภาพยนตร์ขวัญใจผู้ชมไปทั่วโลกเลยทีเดียว ปี 1995 เดวิดได้ร่วมแสดงเป็น กิลด์ริก ใน Gulliver's Travels โดยที่ซีรีส์เรื่องนี้ไดสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการภาพยนตร์โทรทัศน์ เมื่อผลสำรวจออกมาว่า ซีรีส์เรื่องนี้สามารถดึงผู้ชมได้ถึง 56 ล้านคนเลนทีเดียว จากนั้นอีก 2 ปีต่อมา จอร์จ ลูคัส ก็ได้เชิญให้เขามาร่วมงานกับภาพยนตร์ผจญภัยในหัวงอวกาศเรื่องเดิมใน
    Star Wars Episode 1 ; The Phantom Menace ซึ่งเดวิส ก็ได้รับบทเป็น วาลด์ และวีเซิล ปัจจุบันนี้ เดวิสก็มีงานแสดงในซีรีส์ของทาง BBC 2 เรื่องด้วยกัน คือ Murder Rooms และ Dr Terrible's House of Horror


    อลัน ริคแมน (Alan Rickman) รับบทเป็น ศาสตราจารย์สเนป

    เขาเป็นนักแสดงภาพยนตร์โทรทัศน์ และละครเวทีที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ดังจะเห็นได้จากผลงานภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน อาทิ Die Hard; An Awfully Big Adventure; Bob Roberts; Truly Madly Deeply; Close My Eyes; The January Man และ Galaxy Quest

    นอกจากนี้ เขายังร่วมแสดงใน Mesmer ซึ่งส่งให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม ในงานเทศกาลภาพยนตร์มอนทรีอัลด้วย และเขายังได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA จากภาพยนตร์เรื่อง Sense & Sensibility และ Michael Collins เช่นกัน เขาเคยได้รับรางวัล BAFTA สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมมากก่อนหน้านี้แล้วจาก Robin Hood; Prince of Thieves รวมถึงการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Evening Standard Film Actor of the Year จากภาพยนตร์อีก 3 เรื่องคือ Truly Madly Deeply, Close My Eyes และ Robin Hood; Prince of Thieves ด้วย

    สำหรับการรับบทเป็นพระรัสเซียในภาพยนตร์ของ HBO เรื่อง Resputin นั้น ก็ทำให้ริคแมนได้รับรางวัลเอมมีไปครองได้สำเต็จในปี 1996 รวมถึงรางวัลลูกโลกทองคำ และ SAG Award ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ด้านผลงานทางโทรทัศน์ มีอาทิ Benefactors; Revolutionary Witness; Spirit of Man; Pity in History; Barchester Chronicles; Busted; Therese Raquin และ Romeo & Juliet เป็นต้นในฐานะผู้กำกับ ริคแมนก็มีผลงานเด่นๆ อย่าง The Winter Guest ซึ่งนำแสดงโดย เอมมา ธอมป์สัน ซึ่งได้รับการเลือกให้เป็นภาพยนตร์เปิดงาน ในเทศกาลภาพยนตร์เวนิช ตลอดจนค้าวรางวัลได้อีก 3 รางวัล และชนะเลิศในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอีกหนึ่งรางวัล จากเทศกาลภาพยนตร์ชิคาโก


    ฟิโอนา ชอว์ (Fiona Shaw) รับบทเป็น เพ็ตทูเนีย เดอร์สลีย์

    เธอเป็นนักแสดงละครเวทีที่ได้รั่บการยอมรับนับถือมากที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษ และเมื่อไม่นานนี้เธอก็เพิ่งได้รับคพวิจารณ์อย่างชื่นชม จากการแสดงละครเวทีเรื่อง Medea ที่เวสต์เอนด์ ปี 1990 เธอได้รับรางวัล Laurence Olivier Award สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากการแสดงเป็น โรซาลินด์ ใน As You Like it ต่อด้วยรางวัล Olivier Award สาขาเดียวกัน รวมถึงรางวัล London Critics Award จากบทบาทการแสดงใน The Good Person of Sechuan นอกจากนี้ เธอยังได้รางวัล Laurence Olivier Award รวมถึง London Critics Award จากบทบาทการแสดงใน Electra ด้วย ในปี 1990 เช่นกัน ถัดมาในปี 1992 เธอก็ยังคงได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องจาก London Critics Award ด้วยบทบาทการแสดงใน Hadda Gabler กระทั้งในปี 1993 เธอได้รับรางวัล Laurence Olivier Award และ Evening Standard Darma Award สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากเรื่อง Machinal ของสตีเฟน ดัลดรี ด้านผลงานละครเวทีที่ผ่านมาของเธอ มีอาทิ The Prime of Miss Jean Brodle; The Way of the World and Richard ll ออกแส่ดงที่ Royal National Theatre; The Wasteland; The Rivals; Bloody Poetry และ Philistines ซึ่งออกแสดงไปทั่วโลกรวมถึง Les Liaisons Dangereusea; Mephisto;Much Ado About Nothing; The Merchant of Venice; Hyde Park และ The Taming of the Shrew ของ Royal Shakespeare Company ด้วย

    นอกเหนือจากการแสดงบทเวทีละครแล้ว ชอว์ยังทำหน้าที่กำกับเช่นกัน ด้วยละครเวทีเรื่อง The Widowers Houses ของ National Theatre Education Tour ผลงานภาพยนตร์ที่ชอว์เคยร่วมแสดงมีดังนี้ My Left Foot ของ จิม เชริดัน; Mountains of the moon ของ บ็อบ ราเฟลสัน; London Kills Me ของอานิฟ คุเรอิชิ; Jane Eyre ของฟรังโก เซฟฟิเรลลี; The Butcher Boy ของนีล จอร์แดน; The Last September ของเดบอราห์ วอร์เนอร์ และล่าสุดคือ The Triumph of Love ของแคลร์ เป็ปโล


    โซ วานาเมกเกอร์ (ZOE WANAMAKER) รับบทเป็น มาดาม ฮูช

    เธอเป็นนักแสดงละครเวทที และโทรทัศน์ ที่เป็นที่รู้จักและมีผลงานมากที่สุดคนหนึ่ง ทั้งในอังกฤษและอเมริกาตลอด จนเป็นเจ้าของรางวัลมากมาย จากบทบาทการแสดงของเธอ เธอเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางรัลโทนีถึง 3 ครั้งด้วยกัน จากการเข้ารับบทนำในละครเวทีเรื่อง Electra ของ เดวิด เลอโว (ซึ่งส่งผลให้เธอได้รับรางวัล Laurence Olivier Award สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมด้วย), จากบทบาทใน Piaf และใน Loot นอกจากนี้ เธอยังได้รับรางวัล Drama Award จากการรับบทเป็นแคททริน(และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Laurence Oliver Award ด้วย) ใน Mother Courage

    วานาเมกเกอร์ ยังมีผลงานทางโทรทัศน์จำนวนมากเช่นกัน เธอเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำจากการแสดงใน Poor Little Rich Girl ของ NBC ส่วนในอังกฤษเธอก็ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัล BAFTA จากบทบาทการแสดงใน Prime Suspect ล่าสุดนี้ เธอก็ร่วมแสดงใน My Family และ David Copperfield ของทาง BBC ซึ่งเรื่องหลังนี้ เธอได้แสดงร่วมกับแดเนียล แรดคลิฟฟ์ด้วย รวมถึง Gormanghast, The Widowing of Mrs Holroyd; Countess Alice and Momento Mori เป็นต้น ด้านผลงานภาพยนตร์ของเธอ มีอาทิ Swept from the Sea; Wilde, Raggedy Rawney; The Hunger และ Inside the Third Reich: The Last 10 Days of Hitler เป็นต้น วานาเมกเกอร์ได้รับเครื่องราชฯ ชั้น CBE เมื่อปีที่ผ่านมา และยังเป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ และเป็นคณะกรรมบริหารที่ Globe Theatre ในกรุงลอนดอนด้วย


    แมกกี้ สมิธ (MAGGIE SMITH) รับบทเป็น ศาสตราจารย์ แมกกอนากัล

    เธอเป็นนักแสดงอีกคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกในฐานะนักแสดงภาพยนตร์ และละครเวที ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากสาธารณชน รวมถึงคว้ารางวัลจากหลายสถาบันมาอย่างนับไม่ถ้วน รวมถึงรางวัลอคาเดมีอวอร์ดถึง 2 สมัยด้วย

    สมิธเริ่มต้นการแสดงละครเวทีเป็นครั้งแรกกับชมรมการละครของมหาวิทยาลัยออก์ฟอร์ด ในปี 1952 จากนั้นจึงเปิดตัวในฐานะนักแสดงอาชีพในนิวยอร์ก ด้วยละครเวทีเรื่อง The New faces 1956 Revue เธอเข้าร่วมกับ Old Vic Company ในปี 1959 ซึ่งจากนั้นมา เธอก็คว้ารางวัลต่างๆจากผลงานการแสดงอย่างมากมาย อาทิ รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ในปี 1962 จาก Evening Standard จากการรับบทเป็น ดอรีน ใน The Private Ear และบทของเบลินดา ใน The Public Eye

    ทว่าในปี 1969 เธอก็กลาย เป็นขวัญใจของผู้ชมและโด่งดังขึ้นมาในพริบตา เมื่อเธอร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Prime of Miss Jean Brobie ซึ่งส่งให้เธอได้รับรางวัลอคาเดมีอวอร์ตพร้อมกับรางวัลจาก Society of Film and TV Arts ในฐานะนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมด้วย ส่วนผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่ตามมาหลังจากความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของเธอ มีอาทิ Travels with my Aunt (ได้เข้าชิงรางวัลอคาเดมีอวอร์ต สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม) และ Death on the Nile
    จนกระทั้งในปี 1977 สมิธก็ได้รับรางวัลอคาเดมีอวอร์ตเป็นครั้งที่สองในชีวิตของเธอ รวมถึงรางวัลลูกโลกทองคำ จากภาพยนตร์เรื่อง California Sulte ของ นีล ไซมอน

    ความสามารถของเธอยังคงเปล่งประกายไม่หยุดยั้ง เมื่อเธอร่วมแสดงใน A Private Function ของอลัน เบนเนตต์ (มีไมเคิล พาลิน ร่วมแสดง) และเธอก็ได้ทั้งรางวัล BAFTA รางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลจากสมาคมอีกหลายสถาบันด้วยกัน รวมถึงการได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอคาเดมีอวอร์ด เป็นครั้งที่ 5 ด้วยจากนั้นเธอก็มีผลงานที่ปนะสบความสำเร็จตามมาอีกหลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น A Room with a View; The London Passion of Judith Hearne (ซึ่งได้รับรางวัล BAFTA สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม) Hook ของสตีเวน สปีลเบิร์ก; Sister Act; The Secret Graden; Richard lll , The First Wlves Club; Washington square; Tea with Mussolinl ( ซึ่งทำให้เธอได้รางวัล BAFTA สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมอีกครั้งหนึ่ง ) และ The Last Sebtember

    ในปี 1970 สมิธได้รับเครื่องราชฯชั้น CBE และในปี 1990 เธอก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคุณหญิงแมกกี้ สมิธ เนื่องจากเธอได้รับเครื่องราชฯ ชั้น DBS เธอยังได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องจากการแสดงละครเวทีของเธอ


    จอห์น คลีส (John Cleese) รับบทเป็น นิคหัวเกือบขาด

    เราแทบจะไม่ต้องแนะนำชื่อเสียงของผู้ชายคนนี้เลยทีเดียว เขาผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการบันเทิงมาเป็นเวลาถึง 40 ปี ด้วยการเป็นนักทั้งแสดงตลก นักแสดง นักเขียน นักประพันธ์ ผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง และเป็นผู้ชายขี้เล่นในยามปกติคลีสเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อปี 1969 จากการร่วมแสดงในภาคแรกของ Monry Python's Flying Circus ซึ่งจากนั้นต่อมา ภาพยนตร์ตลกเรื่องดังกล่าวนี้ก็ถูกสร้างออกมาอีก 2 ภาค และได้รับความนิยมไม่แพ้กัน รวมถึง ยังถูกนำไปสร้างเป็นละครเวทีที่ตระเวณแสดงทั้งในแคนาดา และอังกฤษ แสดงที่ Thea tre Royal, Drury Lane และที่ City Center ในนิวยอร์ก และออกแสดงที่ Hollywood Bowl ด้วยปี 1975 เขาได้สร้างสรรค์ปรากฎการณ์ชนิดที่โลกต้องจารึกไว้นั่นคือ การสร้างซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง Fawlty To wers ซึ่งมีภาคสองออกตามมาในปี 1979

    นอกจากนี้ คลีสยังเขียนบท สร้าง และร่วมแสดงใน A Fish Called Wanda ซึ่งนำแสดงโดย เควิน ไคล์น, เจมี ลี เคอร์ติส และไมเคิล พาลิน ออกฉายในปี 1988 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอคาเดมีวอร์ด รางวัลออสการ์ของอิตาลี และ Writers Guild of America สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และตัวคลีสเองก็ได้รับรางวัล BAFTA Award สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม นอกเหนือจากการได้เข้าชิงสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอีกด้วยผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของคลีสมีอาทิ Clockwise; Romance With a Double Bass; The Strange Case of the end of Civilisation as we Know it; Time Bandits; The Great Muppet Caper; Private onParade; Silverado; Splitting Heirs; Mary Shelley's Frankenstein; The Jungle Book; Fierce Creatures (ร่วมสร้างและร่วมเขียนบท); Out of Towners; Isn't She Great; The World is not Enough; The Quantum Project และ Rat Race เป็นต้น

    คลีสจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากเคมบริดจ์(MA) และเคยเป็นอธิการบดีอยู่ที่ St. Andrew's University ดป็นเวลา 3 ปี จนกระทั่งปี 1999 เขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Andrew D White Professor-at-large ที่ Cornell University


    จูลี วอลเตอร์ส (JUILIE WALTERS) รับบทเป็น มิสซิสวีสลีย์

    เธอเป็นดาราเจ้าบทบาทที่คว้ารางวัลต่างๆ มาได้มากมายอีกคนหนึ่ง ทั้งจากการแสดงภาพยนตร์ และโทรทัศน์ล่าสุด เธอเพิ่งรับบทเป็นครูสอนบัลเลย์ให้กับเด็กหนุ่มที่ชื่อบิลลี ในภาพยนตร์ของสตีเฟน ดัลดรี เรื่อง Billy Elliot ซึ่งจากบทบาทดังกล่าวก็ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางรัลอคาเดมีอวอร์ด และรางวัลลูกโลกทองคำ ตลอดจนจากหลายสถาบันด้วย แม้ว่าเธอจะเริ่มต้นอาชีพการแสดง จากการรับบทคู่ ไมเคิล เคน ใน Educating Rita ก็ตาม แต่จากบทดังกล่าวก็ส่งให้เธอมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก และยังเป็นที่ส่งให้เธอได้รับรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรางวัลลูกโลกทองคำ BAFTA และรางวัลจากอีกหลากหลายสถาบัน รวมถึงการได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอคาเดมีอวอร์ด ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมด้วย

    นอกจากนี้ วอลเตอร์สยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จาก Personal Services และในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จาก Stepping Out เช่นกันผลงานภาพยนตร์หลัก ๆ ของเธอ มีอาทิ One Fell Swoop; Titanic Town; Intimate Relations; Sister, My Sister; Just Like a Woman; Prick Up Your Ears; Buster (คู่กับฟิลคอลลินส์); She'll Be Wearing Pink Pvjamas และ Killing Dad เป็นต้น


    เดวิด แบรดลีย์ (David Bradley) รับบทเป็น มิสเตอร์ฟิลช์

    เขาเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่มีความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร เป็นหนึ่งในนักแสดงที่โดดเด่นและได้รับการยอมรับนับถือเป็นอย่างมาก และยังเป็นสมาชิกเก่าแก่ของทั้ง Royal Shakespeare Company และ Royal National Theatre ด้วย

    ปี 1990 แบรดลีย์ได้รับรางวัล Laurence Oilvier Award สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม จากการแสดงเป็น"คนบ้า" ใน King Lear ซึ่งออกแสดงที่ National Theatre ปี 1993 เขาได้รับรางวัล Clarence Derwent Award สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม จากการรับบทเป็น "โพโลนิอุส" ใน Hamlet และรับบทเป็น "แชโลว์" ในHenry IV PT II ซึ่งออกแสดงที่ RSC (ซึ่งเป็นบทที่ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Laurence Olivier Award สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยมด้วย) นอกเหนือจากการแสดงอันโดดเด่นบนเวทีละครแล้ว แบรดลีย์ยังผลงานภาพยนตร์อีกหลายเรื่องด้วยกันได้แก่ Gabriel and Me ของ อูดายัน แพรแซด; To Catch a Falling Star ของรอดนีย์ บุชเชอร์; Blow Dry ของแพดดี บรีธแน็ค; Theb King is Alive ของคริสเตียน เลิฟริง; Tom's Midnight Garden ของวิลเลร์ด แคร์รอลล์; Left Luggage ของจีโรน แครบบ์; Kangaroo Palace ของร็อบ มาร์ชันต์ และ Prick Up Your Ears ของสตีเฟน เฟรียร์

    นอกเหนือจากละครเวที และภาพยนตร์แล้ว แบรดลีย์ก็ยังเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของแฟนๆ จอแก้วอีกเช่นกัน ด้วยบทบาทการแสดงอันหลากหลายในผลงานโทรทัศน์หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน เช่น The Way Live Now; Station Jim; The Major of Casterbridge; The Wilsons; Vanity Fair; Where the Heart is; Our Mutual Friend; Bramwell; Reckless; Cracker; Band of Gold; Our Friend in the North; Martin Chuzzlewit; Fair Game; Full Stretch; Buddha of Surburbia; Between the Lines and Shadow of the Noose