บทที่
3 การละเล่นจากหนองน้ำเควียดิช
เราเป็นหนี้ความรู้เรื่องการเริ่มต้นของเกมควิชดิชจากงานเขียนของแม่มดชื่อ
เกอร์ตี้ เค็ดเดิล ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ที่ริมหนองน้ำเควียดิชในคริสต์ศวรรษที่
11 โชคดีของเราที่เกอร์ตี้เขียนบันทึกประจำวันไว้
ปัจจุบันบันทึกนี้เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ควิชดิชในกรุงลอนดอน
ข้อความที่คัดมาข้างล่างนี้แปลมาจากต้นฉบับตัวจริงภาษาแซกซัที่สะกดผิดๆถูกๆ
วันอังคาร ร้อนชะมัด พวกคนที่อยู่อีกฝั่งของหนองมาเล่นกันอีกแล้ว
เล่นเกมโง่ๆบนไม้กวาด ลูกบอล หนังใบเบ้อเริ่มหล่นแหมะลงมาบนแปลงกะหล่ำปลีของฉัน
ฉันเลยว่าคาถาใส่เจ้าคนที่มาเก็บลูกซะเลย ฉันอยากเห็นเจ้าคนนั้นบินด้วยหัวเข่าที่หมุนกลับหลังไปหน้าจริงๆ
ไอ้หมูตอนอ้วนขนยาว
วันอังคาร เฉอะแฉะป็นบ้า ออกไปริมหนอง ไปเก็บต้นเน็ตเทิล
พวกปัญญาอ่อนบนไม้กวาดมาเล่นกันอีกตามเคย ฉันแอบดูอยู่ประเดี๋ยวหนึ่งที่หลังก้อนหิน
พวกมันมีลูกบอลใบใหม่ เล่นขว้างรับกันแล้วพยายามขว้างลูกบอลไปให้ติดบนต้นไม้ที่ปลายใดปลายหนึ่งของหนอง
เฮอะ ! ไม่เห็นได้เรื่องได้ราวอะไรเลย
วันอังคาร ลมแรงจริงๆ กวีนน็อกมาดื่มชาเน็ตเทิลกับฉัน
แล้วชวนฉันออกไปเลี้ยงตอบแทนข้างนอก ลงท้ายนั่งดูเจ้าพวกกะโหลกทึบเล่นเกมที่หนอง
ผู้วิเศษชาวสกอตตัวเบิ้มจากบนเขาก ็มาเล่นกับเขาด้วย
ตอนนี้ พวกนั้นมีก้อนหินใหญ่ๆหนักๆ 2 ก้อนบินไปรอบๆ
คอยชนคนเล่นให้ล้มตกจากไม้กวาด โชคไม่ดี ไม่มีใครตกจากไม้กวาดตอนที่ฉันดูอยู่
กวีนน็อกบอกฉันว่าเค้าเองก็เล่นเกมนี้บ่อยๆ เฮอะ !
กลับบ้านด้วยความสะอิดสะเอียนใจ
ข้อความที่คัดมานี้ให้ความรู้กระจ่างแก่เรามากกว่าที่เกอร์ตี้
เค็ดเดิลจะคาดคิด นอกจากเรื่องว่าเธอรู้จักชื่อวันแค่วันเดียวในสัปดาห็แล้ว
ความรู้ประการแรกคือ ลูกบอลที่หล่นลงมาในแปลงกะหล่ำปลีของเธอทำจากหนังเหมือนกับลูกควัฟเฟิลในปัจจุบันแน่นอน
เพราะว่าลูกบอลที่ทำจากถุงกระเพาะเป่าลมให้พองในเกมการเล่นด้วยไม้กวาดอื่นๆ
ในยุคนั้นคงยากที่จะขว้างให้ได้แม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อลมพัดแรงจัก
ประการที่ 2 เกอร์ตี้เล่าให้เราฟังว่าพวกคนเล่นพยายามขว้างลูกบอลไปให้ติดต้นไม้ที่ปลายใดปลายหนึ่งของหนอง
เห็นได้ชัดว่านี้เป็นการทำคะแนนในช่วงยุคต้นๆ ประการที่
3 เธอทำให้เราเห็นต้นกำเนิดของลูกบลัดเจอร์ด้วยนิดหนึ่ง
ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือว่า ผู้วิเศษชาวสกอตตัวเบิ้ม
ปรากฏตัวด้วย เป็นไปได้ไหมว่าเขาเป็นผู้เล่นเกมครีโอเชี่ยนเป็นความคิดของเขาหรือเปล่าที่เสกให้ก้อนหินใหญ่ๆ
บินพุ่งเร็วจี๋และอันตรายไปรอบๆสนาม โดยได้แรงบันดาลใจมาจากก้อนหินใหญ่ที่ใช้ในการเล่นเกมประจำชาติของเขา
เราไม่พบหลักฐานอื่นที่กล่าวถึงกีฬาที่เล่นกันที่หนองน้ำเควียดิชอีกจนกระทั่งหนึ่งศตวรรษต่อมา
เมื่อพ่อมดชื่อกู๊ดวิน นีน จับปากกาขนนกเขียนจดหมายถึงลูกพี่ลูกน้องชาวนอร์เวย์ชื่อโอลาฟ
นีน ซึ่งอาศัยอยู่ที่ยอร์กเชอร์ จากจดหมายนี้แสดงให้เห็นว่ากีฬานี้ได้เผยแพร่ไปเกาะบริเตนในช่วง
100 ปีหลังจากที่เกอร์ตี้ ได้เห็นการเล่นนี้ป็นคนแรก
จดหมายของนีน
เก็บรักษาไว้ที่หอจดหมายเหตุของกระทรวงเวทมนตร์นอร์เวย์
โอลาฟที่รัก
เป็นไงบ้าง ฉันสบายดี แม้ว่ากันฮิลด้าจะเป็นโรคอีสุกอีใสมังกรนิดหน่อยก็ตาม
เราเล่นเกมควิชดิชกันสนุกมากเมื่อคืนวันเสาร์ แม้ว่ากันฮิลด้าที่น่าสงสารจะเล่นเป็นแคตเซอร์ไม่ได้
และเราต้องให้ราดอล์ฟ ช่างตีเหล็กเป็นแทน ทีมจากอิลกลีเล่นได้ดีแต่ไม่ใช่คู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อกับทีมของเราหรอก
เพราะเราซ้อมหนักมาตลอดเดือนและทำคะแนนได้ถึง 42 หนแน่ะ
ราดอล์ฟถูกลูกบลัดเดร์ฟาดหัวเอาเพราะตาแก่อุกก้าใช้กระบองได้ไม่เร็วพอ
ถังไม้ที่ใช้ทำแต้มแบบใหม่นี้ใช้ได้ดีทีเดียว เราแขวนถังไม้ไว้
3 ใบที่ปลายเสาสูง อูน่าจากโรงแรมเป็นคนให้ถังพวกนี้กับเรา
เธอยังให้พวกเรากินเหล้ามี้ดได้ฟรีตลอดคืนเลยด้วยแหละเพราะพวกเราชนะ
กันฮิลด้ายัวะนิดหน่อยที่ฉันกลับบ้านดึกมาก ฉันต้องมุดหลบคาถาร้ายๆตั้งหลายคาถา
แต่ยังไงๆฉันก็ได้นิ้วมือกลับคืนมาครบแล้วละตอนนี้
ฉันส่งจดหมายนี้มากับนกฮูกตัวดีที่สุดที่ฉันมี
หวังว่ามันคงส่งได้สำเร็จนะ
จากญาติของนาย
กู๊ดวิน
ตอนนี้เราเห็นว่ากีฬาควิชดิชได้พัฒนาก้าวหน้าไปมากเพียงใดในช่วง
1 ศตวรรษ ภรรยาของกู๊ดวินควรมีหน้าที่เล่นเป็น แคตเชอร์
คำนี้หน้าจะเป็นศัพท์เก่าที่หมายถึงเชสเซอร์ ลูกบลัดเดอร์
( ไม่ต้องสงสัยเลยคือลูกบลัดเจอร์นั่นเอง ) ที่ชนราดอล์ฟช่างเหล็กน่าจะถูกอุกก้าปัดออกไป
เห็นได้ชัดๆว่าอุกก้าเล่นเป็นบีตเตอร์เพราะถือกระบอง
ต้นไม้ไม่ใช่ประตูอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นถังไม้ที่แขวนไว้บนปลายเสาสูง
อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบสำคัญมากอย่างหนึ่งในการเล่นนี้ยังขาดหายไป
นั่นคือ ลูกสนิชสีทอง ลูกบอลลูกที่ 4 ในเกมควิชดิชยังไม่ปรากฏโฉมในเกมนี้จนถึงกลางคริสต์ศวรรษที่
13 และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเกมด้วยวิธีการประหลาดมากทีเดียว
|