บทที่
4 ลูกสนิชสีทองปรากฏโฉม
นับแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่
12 เรื่อยมา การล่านกสนิดเจ็ต(ปัจจุบันเป็นนกที่ได้รับการคุ้มครอง)เป็นกีฬาที่นิยมมมากในหมู่พ่อมดแม่มด
เนื่องจากนกสนิดเจ็ตมีขนาดเล็กจิ๋ว ทั้งบินได้คล่องแคล่วว่องไวมากและเก่งเป็นเยี่ยมเรื่องหลบหลีกสัตว์ที่ไล่ล่ามันเป็นอาหาร
พ่อมดแม่มดที่จับนกนี้ได้จึงมีชื่อเสียงเป็นที่นับถือยิ่งนัก
การล่านกสนิดเจ็ตเป็นสิ่งที่น่าประณามในหลายกรณีด้วยกัน
พ่อมดที่มีความคิดคนไหนก็ตามคงต้องสลดใจกับการอ้างกีฬามาทำลายนกตัวน้อยๆที่รักสงบเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น การล่านกสนิดเจ็ตซึ่งมักทำกันกลางแจ้งตอนกลางวัน
ทำให้พวกมักเกิ้ลมีโอกาสเห็นไม้กวาดบินได้ยิ่งกว่าการไล่ล่าสัตว์อื่นๆทั้งหลาย
อย่างไรก็ตาม สภาพ่อมดแม่มดในสมัยนั้นไม่สามารถลดทอนความนิยมไล่ล่านกสนิดเจ็ตลงได้เลยและที่จริง
ดูเหมือนว่าสภาเองก็ไม่เห็นว่าการล่านี้จะผิดร้ายกาจตรงไหน
ในที่สุดการล่านกสนิดเจ็ตมาเกี่ยวโยงกับการเล่นควิดดิชเมื่อค.ศ.1296
ครั้งที่บาร์เบรียส แบรกกี้ ประธานของสภาพ่อมดมาร่วมชมการแข่งขันควิดดิชด้วย
และนำนกสนิดเจ็ตซึ่งถูกขังอยู่ในกรงมาที่การแข่งขัน
และประกาศแก่ผู้เล่นที่ชุมนุมกันในสนามว่า เขาจะให้เงินจำนวน
หนึ่งร้อยห้าสิบเกลเลียน เป็นรางวัลสำหรับผู้เล่นที่จับนกสนิดเจ็ตได้ระหว่างการแข่งขัน
ซึ่งทำให้ผู้เล่นทั้งหมดต่างมุ่งที่จะไล่ล่านกสนิดเจ็ต
ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายเป็นอันมาก
นับจากนั้นเป็นต้นมา
นกสนิดเจ็ตสีทองก็ถูกปล่อยออกมาในการแข่งขันควิดดิชทุกครั้ง
ผู้เล่นหนึ่งคนในแต่ละทีม(ฮันเตอร์)มีหน้าที่เดียวคือไล่จับนกให้ได้
เมื่อนกถูกฆ่าเกมก็ยุติ และทีมของฮันเตอร์ได้หนึ่งน้อยห้าสิบแต้มเพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษ(เพื่อระลึกถึงเงินจำนวน
150 เกลเลียนที่ประธานแบรกกี้เคยสัญญาไว้
อย่างไรก็ตาม
ประมาณกลางศตวรรษต่อมา นกสนิดเจ็ตสีทองลดจำนวนลงมาก
จนกระทั่งสภาพ่อมดต้องประกาศให้เป็นสัตว์คุ้มครอง
และห้ามทั้งฆ่าหรือใช้นกนี้ในเกมควิดดิชด้วย
ต้องยกความดีให้แก่พ่อมดชื่อโบมัน ไรต์ แห่งกอดดริกส์
ฮอลโลว์ ในการประดิษฐ์ลูกสนิชสีทอง มาใช้ในกีฬาควิดดิชแทนนกสนิดเจ็ต
ไรต์ซึ่งเป็นนักเสกเป่าโลหะที่ชำนาญ กลับมาตั้งเป้าหมายกับตนเองว่า
เขาจะประดิษฐ์ลูกบอลที่เลี ยนแบบพฤติกรรมนกสนิดเจ็ตให้ได้
ไรต์ เรียกประดิษฐกรรมของเขาว่า สนิชสีทอง มันเป็นลูกบอลขนาดเท่าลูกวอลนัต
มีน้ำหนักเท่านกสนิดเจ็ตพอดิบพอดี ปีกเงินทั้งสองข้างมีข้อต่อที่หมุนได้รอบเหมือนนกสนิดเจ็ต
ทำให้ลูกบอลนี้เปลี่ยนทิศทางได้รวดเร็วดังสายฟ้า ทั้งเทียงตรง
แม่นยำ เหมือนนกต้นแบบจริงๆ อย่างไรก็ตาม ลูกบอลนี้ถูกลงคาถาให้คงอยู่ในขอบเขตของสนามเสมอ
อาจกล่าวได้ว่า การนำสนิชสีทองเข้ามาใช้ ทำให้กระบวนการพัฒนากีฬาควิดดิชซึ่งเริ่มมาเมื่อสามร้อยปีก่อนที่หนองน้ำเควียดิชสำเร็จเรียบร้อย
และกีฬาควิดดิชได้ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างแท้จริงแล้ว
|