• A R C H I V E S
News Archives
Polls Archives
• T H E  B O O K S
• J K  R O W L I N G
Biography
Photographs
Contact Her
Interviews
Links
• J K  R O W L I N G  D O T  C O M
• M O V I E S
• I N T E R V I E W S
Main Interviews
• M U L T I M E D I A
• F A N S  C O R N E R
English with Harry Potter
Competitions
Fan Fiction
Fan Art
Webboard
• T H E  S I T E
About MuggleThai
Past Layout
In The News
MuggleThai Staff
MuggleThai Gallery
Competitions
Support Us
Copyright
Awards
Credit
Links / Link to Us
Guestbook
Contact Us
• T O P  A F F I L I A T E S
  • View All | Become One ?
  • • s i t e  s t a t s
     
    • Quidditch though the ages

    บทที่ 4 ลูกสนิชสีทองปรากฏโฉม

    นับแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 เรื่อยมา การล่านกสนิดเจ็ต(ปัจจุบันเป็นนกที่ได้รับการคุ้มครอง)เป็นกีฬาที่นิยมมมากในหมู่พ่อมดแม่มด เนื่องจากนกสนิดเจ็ตมีขนาดเล็กจิ๋ว ทั้งบินได้คล่องแคล่วว่องไวมากและเก่งเป็นเยี่ยมเรื่องหลบหลีกสัตว์ที่ไล่ล่ามันเป็นอาหาร พ่อมดแม่มดที่จับนกนี้ได้จึงมีชื่อเสียงเป็นที่นับถือยิ่งนัก

    การล่านกสนิดเจ็ตเป็นสิ่งที่น่าประณามในหลายกรณีด้วยกัน พ่อมดที่มีความคิดคนไหนก็ตามคงต้องสลดใจกับการอ้างกีฬามาทำลายนกตัวน้อยๆที่รักสงบเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น การล่านกสนิดเจ็ตซึ่งมักทำกันกลางแจ้งตอนกลางวัน ทำให้พวกมักเกิ้ลมีโอกาสเห็นไม้กวาดบินได้ยิ่งกว่าการไล่ล่าสัตว์อื่นๆทั้งหลาย อย่างไรก็ตาม สภาพ่อมดแม่มดในสมัยนั้นไม่สามารถลดทอนความนิยมไล่ล่านกสนิดเจ็ตลงได้เลยและที่จริง ดูเหมือนว่าสภาเองก็ไม่เห็นว่าการล่านี้จะผิดร้ายกาจตรงไหน

    ในที่สุดการล่านกสนิดเจ็ตมาเกี่ยวโยงกับการเล่นควิดดิชเมื่อค.ศ.1296 ครั้งที่บาร์เบรียส แบรกกี้ ประธานของสภาพ่อมดมาร่วมชมการแข่งขันควิดดิชด้วย และนำนกสนิดเจ็ตซึ่งถูกขังอยู่ในกรงมาที่การแข่งขัน และประกาศแก่ผู้เล่นที่ชุมนุมกันในสนามว่า เขาจะให้เงินจำนวน หนึ่งร้อยห้าสิบเกลเลียน เป็นรางวัลสำหรับผู้เล่นที่จับนกสนิดเจ็ตได้ระหว่างการแข่งขัน ซึ่งทำให้ผู้เล่นทั้งหมดต่างมุ่งที่จะไล่ล่านกสนิดเจ็ต ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายเป็นอันมาก

    นับจากนั้นเป็นต้นมา นกสนิดเจ็ตสีทองก็ถูกปล่อยออกมาในการแข่งขันควิดดิชทุกครั้ง ผู้เล่นหนึ่งคนในแต่ละทีม(ฮันเตอร์)มีหน้าที่เดียวคือไล่จับนกให้ได้ เมื่อนกถูกฆ่าเกมก็ยุติ และทีมของฮันเตอร์ได้หนึ่งน้อยห้าสิบแต้มเพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษ(เพื่อระลึกถึงเงินจำนวน 150 เกลเลียนที่ประธานแบรกกี้เคยสัญญาไว้

    อย่างไรก็ตาม ประมาณกลางศตวรรษต่อมา นกสนิดเจ็ตสีทองลดจำนวนลงมาก จนกระทั่งสภาพ่อมดต้องประกาศให้เป็นสัตว์คุ้มครอง และห้ามทั้งฆ่าหรือใช้นกนี้ในเกมควิดดิชด้วย

    ต้องยกความดีให้แก่พ่อมดชื่อโบมัน ไรต์ แห่งกอดดริกส์ ฮอลโลว์ ในการประดิษฐ์ลูกสนิชสีทอง มาใช้ในกีฬาควิดดิชแทนนกสนิดเจ็ต ไรต์ซึ่งเป็นนักเสกเป่าโลหะที่ชำนาญ กลับมาตั้งเป้าหมายกับตนเองว่า เขาจะประดิษฐ์ลูกบอลที่เลี ยนแบบพฤติกรรมนกสนิดเจ็ตให้ได้ ไรต์ เรียกประดิษฐกรรมของเขาว่า สนิชสีทอง มันเป็นลูกบอลขนาดเท่าลูกวอลนัต มีน้ำหนักเท่านกสนิดเจ็ตพอดิบพอดี ปีกเงินทั้งสองข้างมีข้อต่อที่หมุนได้รอบเหมือนนกสนิดเจ็ต ทำให้ลูกบอลนี้เปลี่ยนทิศทางได้รวดเร็วดังสายฟ้า ทั้งเทียงตรง แม่นยำ เหมือนนกต้นแบบจริงๆ อย่างไรก็ตาม ลูกบอลนี้ถูกลงคาถาให้คงอยู่ในขอบเขตของสนามเสมอ อาจกล่าวได้ว่า การนำสนิชสีทองเข้ามาใช้ ทำให้กระบวนการพัฒนากีฬาควิดดิชซึ่งเริ่มมาเมื่อสามร้อยปีก่อนที่หนองน้ำเควียดิชสำเร็จเรียบร้อย และกีฬาควิดดิชได้ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างแท้จริงแล้ว