บทที่
8 การแพร่กระจายของกีฬาควิดดิชไปทั่วโลก
ยุโรป
กีฬาควิดดิชตั้งหลักฐานมั่นคงในไอซ์แลนด์เมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่
14 พิสูจน์ได้จากบันทึกของแซกคาเรียส มัมส์ที่เล่าเรื่องการแข่งขันเมื่อ
ค.ศ. 1385 ว่า ทีมพ่อมดจากคอร์กบินมาแข่งถึงแลงคาเชอร์
และทำให้พ่อมดท้องถิ่นไม่พอใจมากเพราะปราบวีรบุรุษของพวกเขาเสียราบคาบ
ผู้เล่นชาวไอริชได้รู้จักกลยุทธ์ต่างๆ เกี่ยวกับลูกควัฟเฟิลที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในแลงคาเชอร์
และต้องหลบหนีออกจากหมู่บ้านเพราะกลัวเอาชีวิตไม่รอด
เมื่อพวกคนดูชักไม้กายสิทธิ์ออกมาและวิ่งไล่พวกเขา
แหล่งข้อมูลที่หลากหลายแสดงว่ากีฬานี้ได้เผยแพร่ไปยังส่วนต่างๆของยุโรปตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่
15 เรารู้ว่านอร์เวย์เป็นประเทศแรกๆที่รับกีฬานี้มาเล่น
(เป็นไปได้ไหมว่าโอลาฟ ลูกพี่ลูกน้องของกู๊ดวิน นีน
เป็นคนแรกที่นำกีฬานี้ไปเล่นที่นั่น) สืบเนื่องมาจากกวีนิพนธ์ที่ประพันธ์โดยกวี
อินกลอฟ เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 มีใจความว่า
ตื่นเต้นนักหนาเมื่อล่าไล่
แหวกฟ้าไปสูงลิ่วในเวหน
ลูกสนิชเหนือหัวอยู่เบื้องบน
และสายลมโบกสะบัดพัดเส้นผม
เมื่อฉันบินล่าไล่เข้าไปใกล้
ฝูงคนดูเชียร์กันให้เสียงขรม
แต่ทันใดลูกบลัดเจอร์พุ่งเข้าชน
ฉันพลันล้มสลบหมดกำลัง
ในเวลาเดียวกันนั้น
มัลเลอครี พ่อมดชาวฝรั่งเศสก็เขียนบทสนทนาต่อไปนี้ในบทละครเรื่อง
Helas, Je me suis Transfigure Les Pieds (อนิจจา
ฉันเสกคาถาแปลงร่างใส่เท้าของฉัน) ความว่า
เกรอนุย
: วันนี้ฉันไปตลาดกับเธอไม่ได้นะคราโปด์
คราโปด์ : แต่เกรอนุย ฉันแบกวัวไปคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ
เกรอนุย : เธอก็รู้นี่ คราโปด์ ว่าฉันต้องเล่นเป็นคีปเปอร์เช้านี้
ใครจะหยุกลูกควัฟเฟิลล่ะ ถ้าไม่ใช่ฉัน
ในปีค.ศ.
1473 มีการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพเป็นครั้งแรก แม้ว่าทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัยจะมีแต่ชาติในยุโรปเท่านั้น
เหตุที่ไม่มีทีมชาติที่อยู่ห่างไกลมาร่วมแข่งด้วย
อาจเนื่องมาจากนกฮูกที่ส่งจดหมายเชิญนั้นหมดแรงเสียก่อนถึงที่หมาย
หรืออาจเป็นไปได้ว่าชาติที่ได้รับเชิญไม่เต็มใจเดินทางไกลและลำบากลำบนเช่นนี้
หรือบางทีอาจมีเหตุผลง่ายๆ คืออยากอยู่บ้านมากกว่า
การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่างทีมจากทรานซิลเวเนียและแฟนเดอส์นั้น
ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นการแข่งขันที่รุนแรงที่สุดตลอดหาร
และการเล่นผิดกติกาที่จดบันทึกไว้หลายอย่างก็ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนด้วย
ตัวอย่างเช่น เปลี่ยนร่างเชสเซอร์คนหนึ่งให้เป็นพังพอน
พยายามที่จะตัดหัวคีปเปอร์ด้วยดาบที่มีใบมีดกว้างใหญ่
และกัปตันทีมทรานซิลเวเนียปล่อยค้างคาวดูดเลือดหนึ่งร้อยตัวออกมาจากใต้เสื้อคลุม
หลังจากนั้นมีการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพกันทุกๆสี่ปีแม้ว่าก่อนถึงคริสต์ศตวรรษที่
17 จะไม่มีทีมอื่นนอกเหนือจากทีมยุโรปเข้าร่วมแข่งขันด้วยเลย
ส่วนยูโรเปี้ยนคัพก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1652 และจัดให้มีการแข่งขันกันทุกๆสามปีนับแค่นั้นมา
ในบรรดาทีมสโมสรของยุโรปที่เก่งฉกาจฉกรรจ์
ทีมวรัตซ่า วัลเจอส์ (Vratsa Vultures) ของบัลแกเรียน่าจะมีชื่อเสียงที่สุด
ครองถ้วยยูโรเปี้ยนคัพทั้งหมดเจ็ดครั้งด้วยกัน ไม่ค้องสงสัยเลยว่าทีมวรตซ่า
วัลเจอส์นี้เป็นทีมหนึ่งในบรรดาทีมที่เล่นได้ตื่นเต้นระทึกใจที่สุดในโลก
เป็นผู้บุกเบิกการทำประตูระยะไกล (โยนลูกไกลนอกเขตทำคะแนน)
และทีมนี้ยังตเมใจเสมอที่จะให้โอกาสผู้เล่นหน้าใหม่ได้สร้างชื่อเสียง
สำหรับประเทศฝรั่งเศส
ทีมสโมสรที่ชนะบ่อยๆคือ ควีเบอรอน ควัฟเฟิลพันเชอรส์
(Quiberon Quafflepunchers) ซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือเรื่องการเล่นที่ร่าเริงพอๆกับเสื้อคลุมสีชมพูจัดจ้าของพวกเขา
ในประเทศเยอรมนี เราพบทีมไฮด์เบิร์ก แฮร์เรียส์ (Heidelberg
Harriers) ทีมนี้ ดาเรน โอแฮร์ กัปตันทีมชาติไอริชเคยให้คำชมที่มีชื่อเสียงว่า
ดุร้ายยิ่งกว่ามังกรและฉลาดกว่าเป็นสองเท่าด้วย
ลักเซมเบิร์กเป็นชาติที่มีทีมควิดดิชแข็งๆเสมอ ทีมเด่นที่ประเทศนี้มอบให้แก่พวกเราคือ
บิกอนวิลล์ บอมเบอส์ (Bigonville Bombers) ทีมนี้ขึ้นชื่อมากเรื่องยุทธวิธีการบุกและมักอยู่ในกลุ่มผู้ทำคะแนนได้สูงๆ
ส่วนทีมจากประเทศโปรตุเกส คือแบรกก้า บรูมฟลีต (Braga
Broomfleet) เมื่อเร็วนี้สามารถแหวกขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ
ของวงการควิดดิชได้ เป็นเพราะระบบจับติดบีตเตอร์ของทีมที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
นอกจากนี้เรายังมีซีกเกอร์ที่สามารถสร้างสรรค์กลยุทธใหม่ๆ
ได้เก่งที่สุดในโลกโดยไม่มีข้อโต้แย้ง นั่นคือ โจเซฟ
รอนสกี้ จากทีมกรอดซิสก์ ก๊อบลินส์ ( Grodzisk Goblins)
ของประเทศโปลแลนด์
ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
มีผู้นำควิดดิชเข้าไปเผยแพร่ในนิวซีแลนด์เมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่
17 เชื่อกันว่าเป็นทีมนักสมุนไพรศาสตร์ชาวยุโรปที่เดินทางไปค้นคว้าเรื่องพืชและเห็ดวิเศษต่างๆ
มีเรื่องเล่าว่าหลังจากที่เก็บตัวอย่างพืชและเห็ดต่างๆอย่างคร่ำเคร่งตลอดวันแล้ว
พ่อมดแม่มดเหล่านี้ก็ผ่อนคลายความตึงเครียด ด้วยการเล่นควิดดิชภายใต้สายตางงงวยของชุมชนผู้วิเศษชาวพื้นเมือง
กระทรวงเวทมนต์แห่งนิวซีแลนด์ต้องเสียเงินและเสียเวลามากมาย
ป้องกันไม่ให้มักเกิ้ลได้งานศิลปะของชาวพื้นเมืองเมารีในยุคนั้นไปครอบครอง
เพราะงานศิลปะเหล่านี้แสดงให้เห็นรูปพ่อมดผิวขาวเล่นควิดดิชอย่างชัดเจน
( ภาพแกะสลักและภาพวาดเหล่านี้ปัจจุบันแสดงไว้ที่กระทรวงเวทมนตร์ที่เมืองเวลลิงตัน)
การเผยแพร่ควิดดิชไปยังออสเตรเลียเชื่อว่าเกิดขึ้นเมื่อคริสศตวรรษที่
18 อาจกล่าวได้ว่าออสเตรเลียเป็นดินแดนในอุดมคติสำหรับการเล่นกีฬาควิดดิชที่เดียว
เพราะว่ามีพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลออกไปดูภายในทวีปกว้างใหญ่ไพศาลและไม่มีคนอยู่อาศัยเลย
เหมาะสมที่จะจัดทำสนามควิดดิชได้มากมายหลายแห่ง
ทีมควิดดิชอีกมุมโลกที่ทำให้ผู้ดูชาวยุโรปตื่นเต้นเร้าใจได้เสมอ
ด้วยความรวดเร็วและเล่ห์เหลี่ยมความสามารถของผู้เล่น
ในบรรดาทีมดีเยี่ยมได้แก่ทีม มูโตโฮรา มาเคาส์ (Moutoohora
Macaws)จากนิวซีแลนด์ มีเสื้อคุมสีแดงเหลืองและน้ำเงินที่รู้จักกันดี
รวมทั้งสปาร์กี้นกฟีนิกส์ประจำทีม ทีมทันเดอลาร่า
ทันเดอเรอส์ (Thundelarra Thunderers)และลูลลองกอง
วอร์ริเออส์ (Woollongong Warriors)เป็นสองทีมมี่เก่งกาจเหนือกว่าทีมอื่นๆ
ในควิดดิชลีกดของออสเตรเลียเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษแล้ว
การชิงดีชิงเด่นระหว่างทีมคู่อาฆาตสองทีมนี้เป็นที่เลื่องลืออยู่ในชุมชนผู้วิเศษของออสเตรเลีย
จนกระทั่งเวลามีคนคุยโวหรือโอ้อวดเรื่องที่เหลือเชื่อ
จึงมีสำนวนคตอบที่นิยมพูดกันแพร่หลายว่า เออใช่ และฉันว่าฉันก็จะอาสาสมัครไปเป็นกรรมการการแข่งขัน
ระหว่างทีมทันเดอเรอส์กับทีมวอร์ริเออส์คราวหน้าด้วย
แอฟริกา
ไม้กวาดน่าจะเข้าไปในแอฟริกาโดยพ่อมดและแม่มดชาวยุโรปที่เดินทางไปที่นั่น
เพื่อค้นหาความรู้เกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุและดาราศาสตร์
ศาสตร์สองแขนงที่พ่อมดชาวแอฟริกากันเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ
แม้ว่าปัจจุบันกีฬาควิดดิชจะไม่ได้เล่นกันแพร่หลายเหมือนในยุโรป
แต่กีฬานี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกทึทั่วทวีปแอฟริกา
ปรากฏว่ายูกันดาเป็นประเทศที่สนอกสนใจเล่นกีฬาควิดดิชมาก
สโมสรที่มีชื่อมากที่สุดคือ พาตองก้า พราวด์สติกส์(Patonga
Proudsticks)ทีมนี้สามารถเล่นเสมอกับทีมมอนโทรสแมกไพส์
ได้ในปีค.ศ.1986 ท่ามกลางความตกตลึงของชาติส่วนใหญ่ในโลกของควิดดิช
เมื่อเร็วๆนี้ผู้เล่นจากทีมพราวด์สติกส์ถึงหกคนได้เป็นตัวแทนไปเล่นในทีมชาติยูกันดา
ในการแข่งขันควิดดิชเวอร์คัพ ถือเป็นจำนวนพ่อมดนักบินที่มากที่สุดมีมาจากทีมสโมสรทีมเดียวหันและเข้าร่วมการแข่งขันในทีมชาติ
ส่วนทีมอื่นๆที่มีชื่อเสียงจากแอฟริกาได้แก่ ทีมซัมบ้า
ชาร์มเมอส์(Tchamba Charmers)จากโตโก เจ้าแห่งรีเวิร์สพาส
หรือการส่งลูกกลับหลัง ทีมจิมบี้ ไจแอนท์ สเลเยอส์
(Gimbi Giant-Slayers) จาเอทิโอเปีย ชนะการแข่งขันชิงแอฟริกาคัพถึงสองครั้งและทีมซัมบาวันก้า
ซันเรส์ (Sumbawanga Sunrays)จากแทนซาเนีย เป็นทีมที่ได้รับความนิยมสูงมาก
และท่าบินตีลังการรุกฆาตของทีมนี้สร้างความพึงพอใจให้ผู้ชมไปทั่วโลก
อเมริกาเหนือ
ควิดดิชไปถึงทวีปอเมริกาเหนือเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่
17 แต่ทว่าการเผยแพร่เป็นไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากเคราะห์ไม่ดี
ที่ความรู้สึกต่อต้านพ่อมดแม่มดแรงมากเป็นพิเศษจากยุโรปได้ติดตามผู้อพยพไปด้วยในเวลาเดียวกัน
พ่อมดแม่มดผู้ตั้งถิ่นฐานในยุคนั้นจึงต้องระแวดระวังตัวเป็นพิเศษทั้งๆ
ที่พ่อมดแม่มดทั้งหลายคนเคยหวังว่าจะเจออคติน้อยลงในโลกใหม่
ด้วยความระวังมากนี้เองจึงกำจัดความเผยแพร่ของกีฬานี้ในช่วงแรก
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา แคนาดาสร้างทีมควิดดิชที่มีความสามารถสูงเยี่ยมระดับโลกสามทีมได้แก่
มูส จอว์ มีทีโอไรตส์ (Moose Jaw Meteorites)เฮลลี่เบอร์รี่
แฮมเมอส์ (Haileybury Hammers) และสโตนวอลล์ สตอร์มเมอส์
(Stonewall Stormers) ทีมมีทีโอไรตส์นั้นเฉียดฉิวจะถูกสั่งให้ยุบทีมเสียแล้วเมื่อช่วงทศวรรษ
1970 เนื่องจากยังคงดื้อดึงใช้ประเพณีฉลองชัยชนะหลังเกมการแข่งขันด้วยการบินเหนือหมู่บ้านและเมืองใกล้เคียง
พร้อมกับปล่อยประกายไฟลุกโชติช่วงเป็นทางยากจากปลายไม้กวาดปัจจุบัน
ทีม มีทีโอไรตส์นี้ยอมจำกัดการฉลองตามประเพณีอยู่แต่ในสนามภายหลังการแข่งขัน
ผลคือการแข่งขันของทีมมีทีโอไรตส์ยังคงดึงดูดความสนใจพ่อมดแม่มดนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้อยู่
ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ได้ผลิตทีมควิดดิชนะระดับโลกหลายทีมเช่นชาติอื่นๆ
เพราะกีฬาควิดดิชต้องแข่งขันกับกีฬาไม้กวาดของอเมริกันเองที่ชื่อว่าควอดพ็อต(Quodpot)
กีฬาควอดพ็อตนี้แตกแขนงมาจากการเล่นควิดดิช ประดิษฐ์โดยอับราฮัม
พีสกู๊ด พ่อมดในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เขานำลูกควัฟเฟิลติดตัวมาด้วยจากโลกเก่า
และตังใจจะหาสมัครพรรคพวกมาตั้งทีมเล่นควิดดิชกัน
เล่ากันว่าลูกควัฟเฟิลของพี่สกู๊ดนั้นเกิดพลั้งเผลอไปกระทบกับปลายไม้กายสิทธิ์ของเขาเมื่อตอนอยู่ในหีบเหล็ก
ฉะนั้นในที่สุด เมื่อเขาหยิบเอาลูกควัฟเฟิลออกมาและเริ่มขว้างเล่นไปเรื่อยๆ
มันก็ระเบิดตูมใส่หน้าเขา พีสกู๊ดดูจะเป็นคนที่มีอารมณ์ขันเหลือเฟือมาก
เขาตั้งต้นผลิตลูกบอลหนังอีกหลายลูกที่ทำปฏิกิริยาแบบเดียวกันนี้
และไม่นานเขาก็ลืมควิดดิชเสียสนิท เมื่อเขาและเพื่อนๆช่วยกันพัฒนาเกมใหม่ขึ้นมา
เกมนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่คุณสมบัติการระเบิดได้ของลูกบอลที่เพิ่งได้ชื่อใหม่สดว่า
ควอด
ในเกมควอดพ็อตนี้ แต่ละข้างมีผู้เล่นสิบเอ็ดคน พวกเขาโยนลูกควอด
หรือควัฟเฟิลที่ถูกแก้ไขปรับปรุงแล้วนี้ จากผู้เล่นคนหนึ่งไปยังอีกคนในทีมเดียวกัน
พยายามให้พาลูกเข้าไปอยู่ในหม้อที่ปลายสนามก่อนที่มันจะระเบิด
ผู้เล่นคนไหนที่ครองลูกควอดอยู่เมื่อมันระเบิดต้องออกไปจากสนามเมื่อลูกควอดปลอดภัยอยู่ในหม้อแล้ว
(หม้อขนาดเล็กใส่น้ำป้องกันไม่ให้ลูกควอดระเบิด) ทีมของผู้ที่โยนลูกได้จะได้หนึ่งแต้ม
แล้วนำลูกควอดลูกใหม่เข้ามาให้สนามแทน
ควอดพ็อต
ประสบความสำเร็จพอควรในยุโรป เป็นกีฬาที่มีกลุ่มคนจำนวนน้อยกลุ่มหนึ่งนิยมเล่น
แต่พ่อมดแม่มดจำนวนมากมหาศาลยังคงซื่อสัตย์ต่อกีฬาควิดดิช
ในสหรัฐอเมริกา
แม้ว่าเสน่ห์ของเกมควอดพ็อตจะมีแรงดึงดูดแฟนๆมากอยู่
แต่กีฬาควิดดิชเองก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานมานี้ มีสองทีมจากสหรัฐฯที่สามารถแหวกขึ้นมาอยู่ในระดับนานาชาติได้
นั่นคือ ทีมสวีตวอเตอร์ ออลสตาร์ส (Sweetwater All-Stars)
จากเทกซัส เป็นทีมที่มีชัยชนะอย่างสมศักดิ์ศรีเหนือทีมควีเบอรอน
ควัฟเฟิลพันเชอร์ ใน ค.ศ.1993 หลังจากที่เล่นกันออย่างตื่นเต้นระทึกใจอยู่ห้าวัน
อีกทีมหนึ่งคือ ฟิชเบิร์ก ฟินเชส (Fitchburg Finches)
จากรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งชนะรางวัลสมาคมสหรัฐฯถึงเจ็ดหน
และแมกซิมัส แบรนโควิชที่สาม ซีกเกอร์ของทีม เป็นกัปตันทีมชาติสหรัฐฯ
ในการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพสองครั้งที่ผ่านมา
อเมริกาใต้
กีฬาควิดดิชเล่นกันตลอดทวีปอเมริกาใต้ แม้ว่าเกมนี้จะต้องแข่งขันกับกีฬาควอดพ็อต
ที่เป็นที่นิยมกันมากในทวีปนี้เช่นเดียวกับในทวีปอเมริกาเหนือ
อาร์เจนติน่าและบราซิล เป็นสองประเทศที่ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพเมื่อศตวรรษที่แล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชาติที่เชี่ยวชาญเรื่องควิดดิชมาที่สุดในอเมริกาใต้คือเปรู
ซึ่งทายกันว่าจะเป็นชาติละตินชาติแรกที่จะสามารถชนะครองถ้วยควิดดิชเวิลด์คัพได้ในอีกสิบปีข้างหน้า
เชื่อกันว่าผู้วิเศษชาวเปรูได้ประสบการณ์การเผชิญหน้ากับกีฬาควิดดิชเป็นครั้งแรกจากพ่อมดชาวยุโรป
ที่สหพันธ์พ่อมดนานาชาติส่งมาควบคุมตรวจตราจำนวนมังกรพันธ์เปรูเขี้ยวพิษ
ควิดดิชได้กลายเป็นความคลั่งไคล้ที่แท้จริงของชุมชนพ่อมดแม่มดที่นั่นตั้งแต่นั้นมา
และทีมที่มีชื่อเสียงที่สุดของเปรูคือ ทาราพอตโต ทรีสกิมเมอส์
(Tarapoto Treeskimmers) เมื่อเร็วๆนี้ก็ได้เดินทางไปเล่นทั่วยุโรปทำชื่อเสียงเป็นที่ยกย่องมาก
เอเชีย
ควิดดิชไม่บรรลุถึงความนิยมสุดยอดในดินแดนทางตะวันออก
เพราะไม้กวาดบินเป็นของหายากในประเทศแถบนี้ที่ยังคงนิยมใช้พรมเป็นเครื่องช่วยบินมากกว่า
กระทรวงเวทมนตร์ของประเทศที่ยังคงส่งพรมเหาะเป็นสินค้าออกที่สำคัญ
ได้แก่ ปากีสถาน อินเดีย บังกลาเทศ อิหร่าน มองโกเลีย
ต่างก็เฝ้าจับตาดูกีฬาควิดดิชด้วยความระหวาดระแวง
อย่างไรก็ตาม กีฬานี้มีแฟนๆอยู่บ้างในกลุ่มพ่อมดทั่วไป
ประเทศที่เป็นข้อยกเว้นจากกฎทั่วไปนี้คือญี่ปุ่น
ควิดดิชได้รับความนิยมในญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดช่วงศตวรรษที่แล้ว
ทีมญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จมากคือ โตโยฮาชิ เทนกุ
(Toyohashi Tengu) ที่เกือบเอาชนะทีมโกโรด็อก การ์กอยส์
(Gorodok Gargoyles) ของบัลแกเรียได้ในการแข่งขันเมื่อปีค.ศ.
1994 อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมของญี่ปุ่นที่จุดไฟเผาไม้กวาดอย่างเป็นพิธีการเมื่อแข่งแพ้
ถูกคณะกรรมการกีฬาควิดดิชในสหพันธ์พ่อมดนานาชาติจับตามองอย่างไม่สบอารมณ์
โดยตำหนิว่าเป็นการทำลายไม้กวาดดีๆให้เสียไปเปล่าๆ
|