• A R C H I V E S
News Archives
Polls Archives
• T H E  B O O K S
• J K  R O W L I N G
Biography
Photographs
Contact Her
Interviews
Links
• J K  R O W L I N G  D O T  C O M
• M O V I E S
• I N T E R V I E W S
Main Interviews
• M U L T I M E D I A
• F A N S  C O R N E R
English with Harry Potter
Competitions
Fan Fiction
Fan Art
Webboard
• T H E  S I T E
About MuggleThai
Past Layout
In The News
MuggleThai Staff
MuggleThai Gallery
Competitions
Support Us
Copyright
Awards
Credit
Links / Link to Us
Guestbook
Contact Us
• T O P  A F F I L I A T E S
  • View All | Become One ?
  • • s i t e  s t a t s
     
    • Quidditch though the ages

    บทที่ 8 การแพร่กระจายของกีฬาควิดดิชไปทั่วโลก

    ยุโรป

    กีฬาควิดดิชตั้งหลักฐานมั่นคงในไอซ์แลนด์เมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 พิสูจน์ได้จากบันทึกของแซกคาเรียส มัมส์ที่เล่าเรื่องการแข่งขันเมื่อ ค.ศ. 1385 ว่า ‘ทีมพ่อมดจากคอร์กบินมาแข่งถึงแลงคาเชอร์ และทำให้พ่อมดท้องถิ่นไม่พอใจมากเพราะปราบวีรบุรุษของพวกเขาเสียราบคาบ ผู้เล่นชาวไอริชได้รู้จักกลยุทธ์ต่างๆ เกี่ยวกับลูกควัฟเฟิลที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในแลงคาเชอร์ และต้องหลบหนีออกจากหมู่บ้านเพราะกลัวเอาชีวิตไม่รอด เมื่อพวกคนดูชักไม้กายสิทธิ์ออกมาและวิ่งไล่พวกเขา’
    แหล่งข้อมูลที่หลากหลายแสดงว่ากีฬานี้ได้เผยแพร่ไปยังส่วนต่างๆของยุโรปตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 เรารู้ว่านอร์เวย์เป็นประเทศแรกๆที่รับกีฬานี้มาเล่น (เป็นไปได้ไหมว่าโอลาฟ ลูกพี่ลูกน้องของกู๊ดวิน นีน เป็นคนแรกที่นำกีฬานี้ไปเล่นที่นั่น) สืบเนื่องมาจากกวีนิพนธ์ที่ประพันธ์โดยกวี อินกลอฟ เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 มีใจความว่า

    ตื่นเต้นนักหนาเมื่อล่าไล่
    แหวกฟ้าไปสูงลิ่วในเวหน
    ลูกสนิชเหนือหัวอยู่เบื้องบน
    และสายลมโบกสะบัดพัดเส้นผม
    เมื่อฉันบินล่าไล่เข้าไปใกล้
    ฝูงคนดูเชียร์กันให้เสียงขรม
    แต่ทันใดลูกบลัดเจอร์พุ่งเข้าชน
    ฉันพลันล้มสลบหมดกำลัง

    ในเวลาเดียวกันนั้น มัลเลอครี พ่อมดชาวฝรั่งเศสก็เขียนบทสนทนาต่อไปนี้ในบทละครเรื่อง Helas, Je me suis Transfigure Les Pieds (อนิจจา ฉันเสกคาถาแปลงร่างใส่เท้าของฉัน) ความว่า

    เกรอนุย : วันนี้ฉันไปตลาดกับเธอไม่ได้นะคราโปด์
    คราโปด์ : แต่เกรอนุย ฉันแบกวัวไปคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ
    เกรอนุย : เธอก็รู้นี่ คราโปด์ ว่าฉันต้องเล่นเป็นคีปเปอร์เช้านี้ ใครจะหยุกลูกควัฟเฟิลล่ะ ถ้าไม่ใช่ฉัน

    ในปีค.ศ. 1473 มีการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพเป็นครั้งแรก แม้ว่าทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัยจะมีแต่ชาติในยุโรปเท่านั้น เหตุที่ไม่มีทีมชาติที่อยู่ห่างไกลมาร่วมแข่งด้วย อาจเนื่องมาจากนกฮูกที่ส่งจดหมายเชิญนั้นหมดแรงเสียก่อนถึงที่หมาย หรืออาจเป็นไปได้ว่าชาติที่ได้รับเชิญไม่เต็มใจเดินทางไกลและลำบากลำบนเช่นนี้ หรือบางทีอาจมีเหตุผลง่ายๆ คืออยากอยู่บ้านมากกว่า

    การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่างทีมจากทรานซิลเวเนียและแฟนเดอส์นั้น ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นการแข่งขันที่รุนแรงที่สุดตลอดหาร และการเล่นผิดกติกาที่จดบันทึกไว้หลายอย่างก็ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนด้วย ตัวอย่างเช่น เปลี่ยนร่างเชสเซอร์คนหนึ่งให้เป็นพังพอน พยายามที่จะตัดหัวคีปเปอร์ด้วยดาบที่มีใบมีดกว้างใหญ่ และกัปตันทีมทรานซิลเวเนียปล่อยค้างคาวดูดเลือดหนึ่งร้อยตัวออกมาจากใต้เสื้อคลุม
    หลังจากนั้นมีการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพกันทุกๆสี่ปีแม้ว่าก่อนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17 จะไม่มีทีมอื่นนอกเหนือจากทีมยุโรปเข้าร่วมแข่งขันด้วยเลย ส่วนยูโรเปี้ยนคัพก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1652 และจัดให้มีการแข่งขันกันทุกๆสามปีนับแค่นั้นมา

    ในบรรดาทีมสโมสรของยุโรปที่เก่งฉกาจฉกรรจ์ ทีมวรัตซ่า วัลเจอส์ (Vratsa Vultures) ของบัลแกเรียน่าจะมีชื่อเสียงที่สุด ครองถ้วยยูโรเปี้ยนคัพทั้งหมดเจ็ดครั้งด้วยกัน ไม่ค้องสงสัยเลยว่าทีมวรตซ่า วัลเจอส์นี้เป็นทีมหนึ่งในบรรดาทีมที่เล่นได้ตื่นเต้นระทึกใจที่สุดในโลก เป็นผู้บุกเบิกการทำประตูระยะไกล (โยนลูกไกลนอกเขตทำคะแนน) และทีมนี้ยังตเมใจเสมอที่จะให้โอกาสผู้เล่นหน้าใหม่ได้สร้างชื่อเสียง

    สำหรับประเทศฝรั่งเศส ทีมสโมสรที่ชนะบ่อยๆคือ ควีเบอรอน ควัฟเฟิลพันเชอรส์ (Quiberon Quafflepunchers) ซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือเรื่องการเล่นที่ร่าเริงพอๆกับเสื้อคลุมสีชมพูจัดจ้าของพวกเขา ในประเทศเยอรมนี เราพบทีมไฮด์เบิร์ก แฮร์เรียส์ (Heidelberg Harriers) ทีมนี้ ดาเรน โอแฮร์ กัปตันทีมชาติไอริชเคยให้คำชมที่มีชื่อเสียงว่า ‘ดุร้ายยิ่งกว่ามังกรและฉลาดกว่าเป็นสองเท่าด้วย’ ลักเซมเบิร์กเป็นชาติที่มีทีมควิดดิชแข็งๆเสมอ ทีมเด่นที่ประเทศนี้มอบให้แก่พวกเราคือ บิกอนวิลล์ บอมเบอส์ (Bigonville Bombers) ทีมนี้ขึ้นชื่อมากเรื่องยุทธวิธีการบุกและมักอยู่ในกลุ่มผู้ทำคะแนนได้สูงๆ ส่วนทีมจากประเทศโปรตุเกส คือแบรกก้า บรูมฟลีต (Braga Broomfleet) เมื่อเร็วนี้สามารถแหวกขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของวงการควิดดิชได้ เป็นเพราะระบบจับติดบีตเตอร์ของทีมที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน นอกจากนี้เรายังมีซีกเกอร์ที่สามารถสร้างสรรค์กลยุทธใหม่ๆ ได้เก่งที่สุดในโลกโดยไม่มีข้อโต้แย้ง นั่นคือ โจเซฟ รอนสกี้ จากทีมกรอดซิสก์ ก๊อบลินส์ ( Grodzisk Goblins) ของประเทศโปลแลนด์


    ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

    มีผู้นำควิดดิชเข้าไปเผยแพร่ในนิวซีแลนด์เมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 17 เชื่อกันว่าเป็นทีมนักสมุนไพรศาสตร์ชาวยุโรปที่เดินทางไปค้นคว้าเรื่องพืชและเห็ดวิเศษต่างๆ มีเรื่องเล่าว่าหลังจากที่เก็บตัวอย่างพืชและเห็ดต่างๆอย่างคร่ำเคร่งตลอดวันแล้ว พ่อมดแม่มดเหล่านี้ก็ผ่อนคลายความตึงเครียด ด้วยการเล่นควิดดิชภายใต้สายตางงงวยของชุมชนผู้วิเศษชาวพื้นเมือง กระทรวงเวทมนต์แห่งนิวซีแลนด์ต้องเสียเงินและเสียเวลามากมาย ป้องกันไม่ให้มักเกิ้ลได้งานศิลปะของชาวพื้นเมืองเมารีในยุคนั้นไปครอบครอง เพราะงานศิลปะเหล่านี้แสดงให้เห็นรูปพ่อมดผิวขาวเล่นควิดดิชอย่างชัดเจน ( ภาพแกะสลักและภาพวาดเหล่านี้ปัจจุบันแสดงไว้ที่กระทรวงเวทมนตร์ที่เมืองเวลลิงตัน)

    การเผยแพร่ควิดดิชไปยังออสเตรเลียเชื่อว่าเกิดขึ้นเมื่อคริสศตวรรษที่ 18 อาจกล่าวได้ว่าออสเตรเลียเป็นดินแดนในอุดมคติสำหรับการเล่นกีฬาควิดดิชที่เดียว เพราะว่ามีพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลออกไปดูภายในทวีปกว้างใหญ่ไพศาลและไม่มีคนอยู่อาศัยเลย เหมาะสมที่จะจัดทำสนามควิดดิชได้มากมายหลายแห่ง

    ทีมควิดดิชอีกมุมโลกที่ทำให้ผู้ดูชาวยุโรปตื่นเต้นเร้าใจได้เสมอ ด้วยความรวดเร็วและเล่ห์เหลี่ยมความสามารถของผู้เล่น ในบรรดาทีมดีเยี่ยมได้แก่ทีม มูโตโฮรา มาเคาส์ (Moutoohora Macaws)จากนิวซีแลนด์ มีเสื้อคุมสีแดงเหลืองและน้ำเงินที่รู้จักกันดี รวมทั้งสปาร์กี้นกฟีนิกส์ประจำทีม ทีมทันเดอลาร่า ทันเดอเรอส์ (Thundelarra Thunderers)และลูลลองกอง วอร์ริเออส์ (Woollongong Warriors)เป็นสองทีมมี่เก่งกาจเหนือกว่าทีมอื่นๆ ในควิดดิชลีกดของออสเตรเลียเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษแล้ว การชิงดีชิงเด่นระหว่างทีมคู่อาฆาตสองทีมนี้เป็นที่เลื่องลืออยู่ในชุมชนผู้วิเศษของออสเตรเลีย จนกระทั่งเวลามีคนคุยโวหรือโอ้อวดเรื่องที่เหลือเชื่อ จึงมีสำนวนคตอบที่นิยมพูดกันแพร่หลายว่า “เออใช่ และฉันว่าฉันก็จะอาสาสมัครไปเป็นกรรมการการแข่งขัน ระหว่างทีมทันเดอเรอส์กับทีมวอร์ริเออส์คราวหน้าด้วย”


    แอฟริกา

    ไม้กวาดน่าจะเข้าไปในแอฟริกาโดยพ่อมดและแม่มดชาวยุโรปที่เดินทางไปที่นั่น เพื่อค้นหาความรู้เกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุและดาราศาสตร์ ศาสตร์สองแขนงที่พ่อมดชาวแอฟริกากันเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ แม้ว่าปัจจุบันกีฬาควิดดิชจะไม่ได้เล่นกันแพร่หลายเหมือนในยุโรป แต่กีฬานี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกทึทั่วทวีปแอฟริกา
    ปรากฏว่ายูกันดาเป็นประเทศที่สนอกสนใจเล่นกีฬาควิดดิชมาก สโมสรที่มีชื่อมากที่สุดคือ พาตองก้า พราวด์สติกส์(Patonga Proudsticks)ทีมนี้สามารถเล่นเสมอกับทีมมอนโทรสแมกไพส์ ได้ในปีค.ศ.1986 ท่ามกลางความตกตลึงของชาติส่วนใหญ่ในโลกของควิดดิช เมื่อเร็วๆนี้ผู้เล่นจากทีมพราวด์สติกส์ถึงหกคนได้เป็นตัวแทนไปเล่นในทีมชาติยูกันดา ในการแข่งขันควิดดิชเวอร์คัพ ถือเป็นจำนวนพ่อมดนักบินที่มากที่สุดมีมาจากทีมสโมสรทีมเดียวหันและเข้าร่วมการแข่งขันในทีมชาติ ส่วนทีมอื่นๆที่มีชื่อเสียงจากแอฟริกาได้แก่ ทีมซัมบ้า ชาร์มเมอส์(Tchamba Charmers)จากโตโก เจ้าแห่งรีเวิร์สพาส หรือการส่งลูกกลับหลัง ทีมจิมบี้ ไจแอนท์ สเลเยอส์ (Gimbi Giant-Slayers) จาเอทิโอเปีย ชนะการแข่งขันชิงแอฟริกาคัพถึงสองครั้งและทีมซัมบาวันก้า ซันเรส์ (Sumbawanga Sunrays)จากแทนซาเนีย เป็นทีมที่ได้รับความนิยมสูงมาก และท่าบินตีลังการรุกฆาตของทีมนี้สร้างความพึงพอใจให้ผู้ชมไปทั่วโลก


    อเมริกาเหนือ

    ควิดดิชไปถึงทวีปอเมริกาเหนือเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 แต่ทว่าการเผยแพร่เป็นไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากเคราะห์ไม่ดี ที่ความรู้สึกต่อต้านพ่อมดแม่มดแรงมากเป็นพิเศษจากยุโรปได้ติดตามผู้อพยพไปด้วยในเวลาเดียวกัน พ่อมดแม่มดผู้ตั้งถิ่นฐานในยุคนั้นจึงต้องระแวดระวังตัวเป็นพิเศษทั้งๆ ที่พ่อมดแม่มดทั้งหลายคนเคยหวังว่าจะเจออคติน้อยลงในโลกใหม่ ด้วยความระวังมากนี้เองจึงกำจัดความเผยแพร่ของกีฬานี้ในช่วงแรก
    อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา แคนาดาสร้างทีมควิดดิชที่มีความสามารถสูงเยี่ยมระดับโลกสามทีมได้แก่ มูส จอว์ มีทีโอไรตส์ (Moose Jaw Meteorites)เฮลลี่เบอร์รี่ แฮมเมอส์ (Haileybury Hammers) และสโตนวอลล์ สตอร์มเมอส์ (Stonewall Stormers) ทีมมีทีโอไรตส์นั้นเฉียดฉิวจะถูกสั่งให้ยุบทีมเสียแล้วเมื่อช่วงทศวรรษ 1970 เนื่องจากยังคงดื้อดึงใช้ประเพณีฉลองชัยชนะหลังเกมการแข่งขันด้วยการบินเหนือหมู่บ้านและเมืองใกล้เคียง พร้อมกับปล่อยประกายไฟลุกโชติช่วงเป็นทางยากจากปลายไม้กวาดปัจจุบัน ทีม มีทีโอไรตส์นี้ยอมจำกัดการฉลองตามประเพณีอยู่แต่ในสนามภายหลังการแข่งขัน ผลคือการแข่งขันของทีมมีทีโอไรตส์ยังคงดึงดูดความสนใจพ่อมดแม่มดนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้อยู่

    ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ได้ผลิตทีมควิดดิชนะระดับโลกหลายทีมเช่นชาติอื่นๆ เพราะกีฬาควิดดิชต้องแข่งขันกับกีฬาไม้กวาดของอเมริกันเองที่ชื่อว่าควอดพ็อต(Quodpot) กีฬาควอดพ็อตนี้แตกแขนงมาจากการเล่นควิดดิช ประดิษฐ์โดยอับราฮัม พีสกู๊ด พ่อมดในคริสต์ศตวรรษที่ 18 เขานำลูกควัฟเฟิลติดตัวมาด้วยจากโลกเก่า และตังใจจะหาสมัครพรรคพวกมาตั้งทีมเล่นควิดดิชกัน เล่ากันว่าลูกควัฟเฟิลของพี่สกู๊ดนั้นเกิดพลั้งเผลอไปกระทบกับปลายไม้กายสิทธิ์ของเขาเมื่อตอนอยู่ในหีบเหล็ก ฉะนั้นในที่สุด เมื่อเขาหยิบเอาลูกควัฟเฟิลออกมาและเริ่มขว้างเล่นไปเรื่อยๆ มันก็ระเบิดตูมใส่หน้าเขา พีสกู๊ดดูจะเป็นคนที่มีอารมณ์ขันเหลือเฟือมาก เขาตั้งต้นผลิตลูกบอลหนังอีกหลายลูกที่ทำปฏิกิริยาแบบเดียวกันนี้ และไม่นานเขาก็ลืมควิดดิชเสียสนิท เมื่อเขาและเพื่อนๆช่วยกันพัฒนาเกมใหม่ขึ้นมา เกมนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่คุณสมบัติการระเบิดได้ของลูกบอลที่เพิ่งได้ชื่อใหม่สดว่า ควอด
    ในเกมควอดพ็อตนี้ แต่ละข้างมีผู้เล่นสิบเอ็ดคน พวกเขาโยนลูกควอด หรือควัฟเฟิลที่ถูกแก้ไขปรับปรุงแล้วนี้ จากผู้เล่นคนหนึ่งไปยังอีกคนในทีมเดียวกัน พยายามให้พาลูกเข้าไปอยู่ในหม้อที่ปลายสนามก่อนที่มันจะระเบิด ผู้เล่นคนไหนที่ครองลูกควอดอยู่เมื่อมันระเบิดต้องออกไปจากสนามเมื่อลูกควอดปลอดภัยอยู่ในหม้อแล้ว (หม้อขนาดเล็กใส่น้ำป้องกันไม่ให้ลูกควอดระเบิด) ทีมของผู้ที่โยนลูกได้จะได้หนึ่งแต้ม แล้วนำลูกควอดลูกใหม่เข้ามาให้สนามแทน

    ควอดพ็อต ประสบความสำเร็จพอควรในยุโรป เป็นกีฬาที่มีกลุ่มคนจำนวนน้อยกลุ่มหนึ่งนิยมเล่น แต่พ่อมดแม่มดจำนวนมากมหาศาลยังคงซื่อสัตย์ต่อกีฬาควิดดิช

    ในสหรัฐอเมริกา แม้ว่าเสน่ห์ของเกมควอดพ็อตจะมีแรงดึงดูดแฟนๆมากอยู่ แต่กีฬาควิดดิชเองก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานมานี้ มีสองทีมจากสหรัฐฯที่สามารถแหวกขึ้นมาอยู่ในระดับนานาชาติได้ นั่นคือ ทีมสวีตวอเตอร์ ออลสตาร์ส (Sweetwater All-Stars) จากเทกซัส เป็นทีมที่มีชัยชนะอย่างสมศักดิ์ศรีเหนือทีมควีเบอรอน ควัฟเฟิลพันเชอร์ ใน ค.ศ.1993 หลังจากที่เล่นกันออย่างตื่นเต้นระทึกใจอยู่ห้าวัน อีกทีมหนึ่งคือ ฟิชเบิร์ก ฟินเชส (Fitchburg Finches) จากรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งชนะรางวัลสมาคมสหรัฐฯถึงเจ็ดหน และแมกซิมัส แบรนโควิชที่สาม ซีกเกอร์ของทีม เป็นกัปตันทีมชาติสหรัฐฯ ในการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพสองครั้งที่ผ่านมา


    อเมริกาใต้

    กีฬาควิดดิชเล่นกันตลอดทวีปอเมริกาใต้ แม้ว่าเกมนี้จะต้องแข่งขันกับกีฬาควอดพ็อต ที่เป็นที่นิยมกันมากในทวีปนี้เช่นเดียวกับในทวีปอเมริกาเหนือ อาร์เจนติน่าและบราซิล เป็นสองประเทศที่ได้เข้ารอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพเมื่อศตวรรษที่แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชาติที่เชี่ยวชาญเรื่องควิดดิชมาที่สุดในอเมริกาใต้คือเปรู ซึ่งทายกันว่าจะเป็นชาติละตินชาติแรกที่จะสามารถชนะครองถ้วยควิดดิชเวิลด์คัพได้ในอีกสิบปีข้างหน้า เชื่อกันว่าผู้วิเศษชาวเปรูได้ประสบการณ์การเผชิญหน้ากับกีฬาควิดดิชเป็นครั้งแรกจากพ่อมดชาวยุโรป ที่สหพันธ์พ่อมดนานาชาติส่งมาควบคุมตรวจตราจำนวนมังกรพันธ์เปรูเขี้ยวพิษ ควิดดิชได้กลายเป็นความคลั่งไคล้ที่แท้จริงของชุมชนพ่อมดแม่มดที่นั่นตั้งแต่นั้นมา และทีมที่มีชื่อเสียงที่สุดของเปรูคือ ทาราพอตโต ทรีสกิมเมอส์ (Tarapoto Treeskimmers) เมื่อเร็วๆนี้ก็ได้เดินทางไปเล่นทั่วยุโรปทำชื่อเสียงเป็นที่ยกย่องมาก


    เอเชีย

    ควิดดิชไม่บรรลุถึงความนิยมสุดยอดในดินแดนทางตะวันออก เพราะไม้กวาดบินเป็นของหายากในประเทศแถบนี้ที่ยังคงนิยมใช้พรมเป็นเครื่องช่วยบินมากกว่า กระทรวงเวทมนตร์ของประเทศที่ยังคงส่งพรมเหาะเป็นสินค้าออกที่สำคัญ ได้แก่ ปากีสถาน อินเดีย บังกลาเทศ อิหร่าน มองโกเลีย ต่างก็เฝ้าจับตาดูกีฬาควิดดิชด้วยความระหวาดระแวง อย่างไรก็ตาม กีฬานี้มีแฟนๆอยู่บ้างในกลุ่มพ่อมดทั่วไป

    ประเทศที่เป็นข้อยกเว้นจากกฎทั่วไปนี้คือญี่ปุ่น ควิดดิชได้รับความนิยมในญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดช่วงศตวรรษที่แล้ว ทีมญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จมากคือ โตโยฮาชิ เทนกุ (Toyohashi Tengu) ที่เกือบเอาชนะทีมโกโรด็อก การ์กอยส์ (Gorodok Gargoyles) ของบัลแกเรียได้ในการแข่งขันเมื่อปีค.ศ. 1994 อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมของญี่ปุ่นที่จุดไฟเผาไม้กวาดอย่างเป็นพิธีการเมื่อแข่งแพ้ ถูกคณะกรรมการกีฬาควิดดิชในสหพันธ์พ่อมดนานาชาติจับตามองอย่างไม่สบอารมณ์ โดยตำหนิว่าเป็นการทำลายไม้กวาดดีๆให้เสียไปเปล่าๆ